ALLWELL สานต่อปณิธานแห่งการให้ ร่วมแบ่งปันสุขผ่าน ‘ปัญญาปันสุข’ ต่อเนื่องปีที่ 5

         ALLWELL ยังคงร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการช่วยเหลือสังคม ผ่านการสนับสนุนรายการ “ปัญญาปันสุข” อย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2563 จนถึงปัจจุบัน (2568) โดยมอบอุปกรณ์ทางการแพทย์และสิ่งของจำเป็นแก่ผู้สูงอายุ และผู้ป่วยที่ขาดแคลน สะท้อนถึงเจตนารมณ์ของ ALLWELL ในการยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทยให้มีสุขภาพที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืน ตอกย้ำแนวทางการดำเนินธุรกิจที่ไม่เพียงให้ความสำคัญกับคุณภาพสินค้า แต่ยังมุ่งมั่นสร้างคุณค่ากลับคืนสู่สังคมด้วยหัวใจแห่งการให้

วันที่ 28 มกราคม 2568 : น้องเฟรช - น้องปุณ

         น้องเฟรซและน้องปุณ สองพี่น้องที่ต้องเผชิญชะตากรรมอันหนักหนาตั้งแต่วัยเด็ก หลังจากพ่อแม่จากไป พวกเขาเติบโตขึ้นมาภายใต้การดูแลของคุณตาคุณยายที่เลี้ยงดูหลานถึงสี่คน แม้จะมีภาระหนัก แต่ทั้งสองคนก็มีความรักและผูกพันกับตายายเสมือนเป็นพ่อแม่แท้ ๆ เคราะห์ร้ายคุณตาล้มป่วยเป็นอัมพฤกษ์ ส่งผลให้คุณยายต้องกลายเป็นเสาหลักของครอบครัว แต่ภาระก็ยิ่งทวีคูณเมื่อต้องกู้เงินเพื่อรักษาคุณตา น้องเฟรซและน้องปุณจึงต้องช่วยเหลือทุกอย่างเท่าที่จะทำได้ ตั้งแต่วัยอนุบาล

         ต่อมาคุณยายประสบอุบัติเหตุถูกรถชน ได้รับบาดเจ็บที่สะโพกอย่างรุนแรง ต้องเย็บกว่า 50 เข็ม ทำให้ปัจจุบันยังคงมีอาการเจ็บปวดขณะทำงาน แต่ด้วยความจำเป็นต้องหาเลี้ยงหลาน คุณยายจึงยังคงอดทนทำงานต่อไป สถานการณ์เลวร้ายยิ่งขึ้นเมื่อเกิดวิกฤตโควิด-19 ครอบครัวต้องสูญเสียรายได้ จนถึงขั้นต้องอาศัยอาหารจากวัดเพื่อประทังชีวิต อย่างไรก็ตาม น้องเฟรซและน้องปุณยังคงทำงานทุกอย่างที่ทำได้เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระ

         ด้วยเหตุนี้ ALLWELL จึงขอร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือครอบครัวของน้องเฟรซและน้องปุณ ด้วยการมอบอุปกรณ์ดูแลสุขภาพเพื่อบรรเทาความยากลำบาก ได้แก่

  • อุปกรณ์พยุงร่างกายนำเข้าจากญี่ปุ่น เพื่อช่วยลดอาการเจ็บปวดของคุณยายจากการทำงานหนัก
  • โลชั่นออร์แกนิก ช่วยบำรุงผิวจากความแห้ง แตก และคัน โดยมีความอ่อนโยน ปลอดภัย สามารถใช้ได้ทั้งคุณยายและหลาน ๆ
  • ทิชชู่เปียกออร์แกนิก สำหรับทำความสะอาดทั้งร่างกายและสิ่งของ อีกทั้งยังสามารถย่อยสลายได้ ไม่ก่อให้เกิดขยะตกค้าง

         ALLWELL เชื่อมั่นว่าการดูแลกันและกันคือหัวใจสำคัญของสังคม และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าความช่วยเหลือนี้จะเป็นอีกหนึ่งกำลังใจให้กับครอบครัวของน้องเฟรซและน้องปุณในการก้าวผ่านทุกอุปสรรคต่อไป

วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2568 : ป้าหนูเล็ก

         คุณป้าหนูเล็ก ลืมตาดูโลกมาพร้อมกับร่างกายที่แตกต่าง มีเพียงครึ่งท่อนและแขนซ้ายเพียงข้างเดียว แต่สิ่งที่ป้าหนูเล็กได้รับมาเต็มเปี่ยมคือความรักและกำลังใจจากครอบครัว ซึ่งคอยสนับสนุนให้สามารถดูแลตนเองได้อย่างเข้มแข็ง

         แม้ร่างกายจะเป็นข้อจำกัด แต่หัวใจของป้าหนูเล็กไม่เคยยอมแพ้ มุ่งมั่นทำงานบ้าน ดูแลคนในครอบครัวมาตั้งแต่วัยเยาว์ ก่อนพัฒนาตนเองจนสามารถประกอบอาชีพค้าขาย ด้วยสองมือและหัวใจที่มุ่งมั่น เมื่อพี่สาวจากไป ป้ายังคงก้าวเดินต่อด้วยพลังแห่งความรัก รับภาระดูแลหลานจนเรียนจบปริญญา แม้ต้องใช้ชีวิตอย่างลำบาก กินข้าววัดอยู่นานถึง 3 ปี แต่ป้าหนูเล็กก็ไม่เคยย่อท้อ ใช้ฝีมือทำกล้วยทอดขายจนเป็นที่ถูกใจลูกค้า และยังแบ่งปันความรู้ ถ่ายทอดวิชาให้ชุมชนได้นำไปต่อยอดสร้างรายได้

         แต่ชีวิตก็ยังคงทดสอบหัวใจที่แกร่งกล้า เมื่อป้าหนูเล็กพบว่า ตนเองมีเนื้องอกในมดลูก แต่ยอมอดทนต่อความเจ็บปวดมาเป็นเวลาหลายปี เพียงเพราะไม่ต้องการเป็นภาระของใคร แม้เคราะห์กรรมจะซ้ำเติม แต่หัวใจของท่านไม่เคยอ่อนแอ ยังคงสู้ทำงานหาเลี้ยงชีพอย่างไม่ย่อท้อ

         ALLWELL ขอร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการส่งต่อกำลังใจให้กับคุณป้าผู้เปี่ยมด้วยพลังชีวิต ด้วยการมอบ รถเข็นวีลแชร์ไฟฟ้า เพื่อช่วยอำนวยความสะดวกในการเคลื่อนไหว ให้ป้าหนูเล็กสามารถเดินทางไปไหนมาไหนได้อย่างคล่องตัว ไม่ต้องพึ่งพาใคร และยังคงใช้ชีวิตด้วยพลังใจอันเข้มแข็งต่อไป

วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2568 : คุณตั้ม

         ชีวิตของคุณตั้มต้องเผชิญกับบททดสอบอันหนักหน่วง ตั้งแต่วัยเยาว์เกิดมาในครอบครัวที่ยากจน ต้องเก็บขยะขาย เขาเลือกเสียสละอนาคตของตนเองเพื่อครอบครัว ยอมลาออกจากโรงเรียนเพื่อให้น้องสาวได้เรียนต่อ แต่แล้วชีวิตก็พลิกผัน อุบัติเหตุทางรถยนต์พรากการเคลื่อนไหวของเขาไปอย่างสิ้นเชิง คุณตั้มกลายเป็นผู้ป่วยติดเตียง ความรู้สึกสิ้นหวังถาโถม จนถึงขั้นคิดจบชีวิตตัวเองถึงสองครั้ง 

         ในช่วงเวลาที่มืดมนที่สุด ผู้เป็นแม่คือแสงสว่างเดียวที่ฉายเข้ามา ท่านอยู่เคียงข้าง คอยให้กำลังใจ และช่วยทำกายภาพบำบัดทุกวัน จนในที่สุดคุณตั้มสามารถนั่งทรงตัวได้อีกครั้ง จึงหันมาช่วยเหลือครอบครัว ทำงานรับจ้างลับมีดกรีดยาง ช่วยแม่แยกขยะขาย หาเงินรักษาพ่อที่ป่วยด้วยโรคมะเร็งจนหมดตัว 

         บททดสอบชีวิตยังไม่จบเพียงเท่านั้น น้องสาวทอดทิ้งลูกไว้ให้เลี้ยง ทั้งที่ตัวเองยังลำบากถึงขั้นไม่มีเงินซื้อข้าวกิน สุดท้ายเขาต้องตัดสินใจขายรถกระบะคันสุดท้ายที่เคยใช้เก็บของเก่าเพื่อประทังชีวิตทั้งครอบครัว

         ถึงแม้เดินไม่ได้ แต่คุณตั้มยังมีหัวใจนักสู้ เขาตัดสินใจกู้เงินมาลงทุนเลี้ยงไก่ หวังสร้างอาชีพเลี้ยงตัวเองและครอบครัว แต่เคราะห์กรรมก็ซ้ำเติม น้ำท่วมพัดพาความหวังไปพร้อมกับชีวิตไก่ทั้งเล้า พ่อที่ป่วยทรุดหนักจนต้องใช้เงินรักษาจนหมดตัว ขณะที่แม่กลายเป็นเสาหลักเพียงหนึ่งเดียว ต้องขี่รถพ่วงตระเวนเก็บขยะหาเงิน

         ALLWELL ขอร่วมเป็นกำลังใจให้กับคุณตั้ม ด้วยการมอบ รถเข็นวีลแชร์ เพื่อช่วยอำนวยความสะดวกในการเคลื่อนไหวในชีวิตประจำวัน พร้อมมอบที่นอนโฟมป้องกันแผลกดทับ ที่จะช่วยดูแลและป้องกันแผลกดทับภาวะร้ายที่นำมาซึ่งโรคแทรกซ้อนและค่าใช้จ่ายมากมาย ALLWELL ขอให้ชื่นชมหัวใจที่เข้มแข็งของคุณตั้ม และให้กำลังในการเดินหน้าต่อไป

วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2568 : น้องนนท์

         น้องนนท์ เด็กชายวัย 11 ปี ผู้ไม่เคยได้สัมผัสอ้อมกอดของพ่อแม่ ถูกทิ้งตั้งแต่เกิดให้ตาและยายเลี้ยงดู ทำให้ทั้งสองต้องตรากตรำทำงานหนัก รายได้ไม่เคยพอ ทั้งครอบครัวต้องอยู่ในบ้านเก่าที่ผุพัง ไม่มีเงินซ่อม ไม่มีแม้แต่ข้าวให้กินอิ่ม น้องนนท์เติบโตขึ้นท่ามกลางความลำบาก อดมื้อกินมื้อ ต้องคุ้ยขยะเก็บของกินประทังชีวิต ขอข้าวเหลือจากโรงเรียนกลับบ้านเพื่อแบ่งให้ตากับยาย

         แล้วโชคชะตาก็เล่นตลกอีกครั้ง คุณตาประสบอุบัติเหตุจนทำงานต่อไม่ได้และถูกไล่ออก สูญเสียรายได้หลักของครอบครัว น้องนนท์ต้องลุกขึ้นมาช่วยแบกผ้าไปส่งเช้าเย็น แม้ยังเป็นแค่เด็กแต่ชีวิตก็ยังไม่หยุดทดสอบหัวใจดวงนี้

         ต่อมาคุณยายล้มป่วยหนัก ติดเชื้อในกระแสเลือด ต้องนอน ICU ในขณะนั้น น้องนนท์อายุเพียง 8 ขวบ กลับกลายเป็นเสาหลักเพียงคนเดียวในบ้าน รับจ้างทุกอย่างเพื่อหาเงินรักษายาย ทั้งล้างจาน เสิร์ฟอาหาร รับของมาขาย เคราะห์หนัก ร้านค้าที่เคยช่วยเหลือปิดกิจการ รายได้ทั้งหมดหายไป ครอบครัวต้องค้างค่าเช่าบ้านหลายเดือน จนใกล้ถูกไล่ออก ไม่มีแม้ที่ซุกหัวนอน

         ALLWELL ขอร่วมส่งต่อกำลังใจให้กับครอบครัวน้องนนท์ ด้วยการมอบ รถเข็นวีลแชร์ล้อใหญ่ ให้คุณยาย เพื่อช่วยอำนวยความสะดวกในการเคลื่อนไหวในชีวิตประจำวัน ให้ผู้หญิงคนหนึ่งที่เลี้ยงหลานมาด้วยหัวใจ ยังสามารถใช้ชีวิตต่อได้อย่างมีความสุข และให้หัวใจเล็ก ๆ ที่ยิ่งใหญ่ของน้องนนท์ยังมีแรงสู้ต่อไป

วันที่ 4 มีนาคม 2568 : น้องผิงผิง

         น้องผิงผิง เติบโตมาด้วยแรงบันดาลใจจากคุณพ่อ ผู้ป่วยเป็นโรคโปลิโอ แต่ไม่เคยยอมแพ้ต่อโชคชะตา พ่อของเธอฝ่าฟันทุกอุปสรรคด้วยหัวใจนักสู้ จนกลายเป็นนักกีฬาทีมชาติไทยในระดับอาเซียนพาราเกมส์ แต่แล้วคุณพ่อต้องเผชิญกับโรคร้ายหลายชนิด แต่กลับละเลยการรักษา เพื่อไม่ให้กระทบการแข่งขัน หวังนำรายได้จากสนามกีฬากลับมาเลี้ยงดูครอบครัว สุดท้าย หัวใจที่เสียสละมาตลอด หยุดเต้นกลางสนามแข่งขัน เขาน็อกหมดสติ และกลายเป็นผู้ป่วยติดเตียงในที่สุด

         แม้คุณแม่จะลุกขึ้นมารับหน้าที่แทน แต่โชคชะตากลับโหดร้ายซ้ำสอง แม่ตรวจพบมะเร็งเต้านม และต้องเข้ารับการผ่าตัดจนไม่สามารถทำงานหนักได้ ครอบครัวนี้จึงตกอยู่ในภาวะไร้รายได้ น้องผิงผิง แม้จะเป็นเด็กเรียนดี มีอนาคตสดใสรออยู่ แต่เธอต้องตัดสินใจ ลาออกจากโรงเรียนเพื่อทำงานรับจ้างทุกอย่าง หาเงินเลี้ยงครอบครัว ดูแลพ่อที่ติดเตียง และแม่ที่อ่อนแรงลงทุกวัน

         ALLWELL ขอร่วมเป็นแรงสนับสนุน ด้วยการมอบ ที่นอนโฟมป้องกันแผลกดทับ ให้กับคุณพ่อของน้องผิงผิง เพื่อบรรเทาอาการแผลกดทับจากการนอนติดเตียง และลดภาระในการดูแลลง ให้หัวใจดวงน้อยที่แบกทุกอย่างไว้บนบ่า ได้มีเวลาพักมากขึ้น และเพื่อให้ฮีโร่ของเธอยังได้รู้ว่า ความรักและแรงใจของเขา ไม่ได้สูญเปล่า

วันที่ 10 มีนาคม 2568 : แม่แป้น

         แม่แป้น ผู้หญิงธรรมดา ๆ คนหนึ่ง ที่เคยเผชิญกับความผิดหวังในชีวิตคู่ซ้ำแล้วซ้ำเล่า จากความรักที่เริ่มต้นด้วยคำหลอกลวง ว่าไม่มีครอบครัว จนเกือบตัดสินใจทำแท้งด้วยความสิ้นหวัง แม้จะเข้มแข็งลุกขึ้นมาเริ่มต้นใหม่ กลับต้องเจอกับสามีที่ไม่เคยร่วมรับผิดชอบใด ๆ ทำให้เธอต้องกลายเป็นทั้งพ่อและแม่ เลี้ยงดูลูกน้อยเพียงลำพัง

         ความเครียดสะสมและความเหนื่อยล้าเรื้อรัง นำไปสู่โรคเส้นเลือดในสมองตีบ ร่างกายอ่อนแอ แต่หัวใจของแม่ไม่เคยหยุดสู้ แม่แป้นต้องฝืนลุกขึ้นมาทำงานหนัก แม้ต้องอดมื้อกินมื้อเพื่อลูก ๆ ทั้งสอง จนเคยคิดสั้น แต่ด้วยความรักแม่ของลูกทั้งสองก็ทำให้ผ่านพ้นเรื่องเลวร้ายไปได้ ซ้ำร้ายปัจจุบันแม่แป้นพบว่าตัวเองมีซีสต์ในมดลูก เธอก็ยังเลือกที่จะไม่รักษา เพราะกลัวไม่มีเงินพอให้ลูกได้กินข้าว

         ด้วยหัวใจของความเป็นแม่ผู้เสียสละ ALLWELL ขอยืนเคียงข้างแม่แป้น ด้วยการมอบชุดอุปกรณ์ดูแลสุขภาพ ได้แก่ เครื่องวัดความดัน, เครื่องวัดอุณหภูมิ และทิชชู่เปียกออร์แกนิก เพื่อให้แม่แป้นได้มีตัวช่วยดูแลสุขภาพ และไม่ต้องแบกรับทุกอย่างเพียงลำพัง เพราะเรารู้ดีว่า หัวใจของแม่ คือสิ่งมหัศจรรย์ที่สุดในโลกใบนี้ ALLWELL ขอเป็นกำลังใจให้แม่แป้นยืนหยัดสู้ต่อไป

วันที่ 18 มีนาคม 2568 : ยายแจ๋ว

         คุณยายแจ๋ว วัย 80 ปี ผู้หญิงตัวเล็ก ๆ ที่ควรได้ใช้ชีวิตบั้นปลายอย่างสงบ แต่กลับต้องพยุงร่างกายที่อ่อนล้า เกาะรถเข็นช่วยเดิน เร่ขายข้าวต้มมัดตั้งแต่เช้าจรดเย็น เพื่อหาเลี้ยงดูสามีที่ป่วยติดเตียง และลูกสาววัย 60 ปีที่ป่วยจนเดินไม่ได้ ยายแจ๋ว กลายเป็นเสาหลักของบ้าน ต้องดูแลผู้ป่วยถึงสองชีวิต โดยไม่เคยปริปากบ่น

         แม้สุขภาพของตนเองจะถดถอยลงตามวัย แต่คุณยายยังฝืนยืนหยัด ทำข้าวต้มมัดขายกับลูกสาว หารายได้ประทังชีวิตด้วยสองมือที่ไม่เคยยอมแพ้ โชคดีที่เพื่อนบ้านน่ารัก คอยช่วยเหลือและอุดหนุนอยู่เสมอ แต่โชคร้ายก็ไม่เคยห่าง เมื่อลูกสาวเกิดแผลกดทับรุนแรงจนติดเชื้อ ต้องเข้ารับการผ่าตัด ทำให้ชีวิตที่ยากอยู่แล้ว ยิ่งลำบากกว่าเดิม

         ALLWELL ขอร่วมแบ่งเบาภาระของคุณยายแจ๋ว ด้วยการมอบ รถเข็นวีลแชร์ไฟฟ้า ALLWELL ให้ลูกสาวของคุณยาย เพื่อให้สามารถเคลื่อนไหวและดำเนินชีวิตได้อย่างสะดวก ปลอดภัย และพึ่งพาตนเองได้มากขึ้น พร้อมมอบ รถเข็นช่วยเดินรุ่น Walk A ให้คุณยายแจ๋ว เพื่อเป็นอีกหนึ่งแรงพยุงที่ทำให้แม่คนหนึ่ง ยังคงยืนหยัดต่อไปได้ เพราะในวันที่ทั้งบ้านไม่มีใครลุกไหว หัวใจของ “แม่” ยังลุกขึ้นได้เสมอ

วันที่ 24 มีนาคม 2568 : น้องสุเทพ- น้องใบเตย

         น้องสุเทพ วัย 15 ปี และน้องใบเตย วัย 14 ปี และน้องๆ อีกสองคน ที่ต้องเติบโตขึ้นท่ามกลางความรุนแรงและความเจ็บปวดในครอบครัวจากพ่อผู้ติดสุรา พ่อป่วยหนักด้วยโรคตับแข็งจนทำงานไม่ได้ แม่ผู้กลายเป็นเสาหลักก็จมอยู่ในความเครียดจนหันมาใช้เหล้าเป็นที่พึ่งอีกคน ไม่นานเมื่อพ่อจากไป น้องสุเทพและน้องเตยกลับลุกขึ้นยืนด้วยหัวใจเข้มแข็ง เริ่มรับจ้าง ขายของ หาเลี้ยงครอบครัวแทนแม่ แต่แม่ผู้ติดสุราหนัก ได้กระเพาะทะลุและจากโลกนี้ไปอีกคน

         แม้หัวใจจะเจ็บปวดเกินวัย แต่น้องสุเทพและน้องใบเตยก็ยังเดินหน้าสู้ ดูแลน้อง ๆ อีกสองคนที่เหลืออยู่ และหาทางประคับประคองชีวิตด้วยความไม่ยอมแพ้ โดยมีคุณยายวัย 70 ที่คอยช่วยเหลือ และโชคดีที่มีผู้ใหญ่ใจดีสอนการทำโรตี จึงได้ประกอบอาชีพขายโรตีจนเลี้ยงชีพได้ แต่คุณยายเองก็เริ่มป่วยด้วยโรคเรื้อรังหลายอย่าง ทำให้น้อง ๆ ต้องเข้มแข็งขึ้นอีกเท่าตัว เพื่อดูแลหลายชีวิตในบ้าน

         ALLWELL ขอมอบอุปกรณ์ดูแลสุขภาพ อาทิ เครื่องวัดความดัน ปรอทวัดไข้ และทิชชู่เปียกออร์แกนิก เพื่อเป็นกำลังใจเล็ก ๆ และแทนความห่วงใยในสุขภาพ ที่ช่วยให้พวกเขาดูแลกันและกันได้ดีขึ้นในทุกวัน

วันที่ 1 เมษายน 2568 : แม่เอ๋

         ตั้งแต่เด็กชีวิตของแม่เอ๋เต็มไปด้วยความลำบาก พ่อแม่ยากจนและแยกทางกันตั้งแต่เด็ก เด็กหญิงคนหนึ่งต้องเติบโตมาอย่างไร้ที่พึ่งพิง แต่เธอก็พยายามดิ้นรนส่งตัวเองเรียนจนจบ ปวช. เมื่อเติบโตขึ้น แม่เอ๋มีครอบครัวเล็ก ๆ ที่อบอุ่น และมีลูกสาวหนึ่งคนที่เป็นดังแสงสว่างของชีวิต แต่แล้วแสงนั้นก็ดับลง เมื่อลูกสาวเสียชีวิตด้วยโรคไข้เลือดออก เหลือเพียงความว่างเปล่าและหัวใจที่แตกสลาย จนเกือบจะจบชีวิตตามลูกไป โชคดีที่แม่ของเธอช่วยยื้อเธอกลับมาได้ทันเวลา

         เธอลุกขึ้นสู้อีกครั้ง พยายามสร้างชีวิตใหม่ และมีลูกคนที่สอง แต่เคราะห์กรรมก็ยังไม่จบ เมื่อสามีถูกรถชนสาหัสจนกลายเป็นอัมพาตติดเตียง แม่เอ๋ต้องทิ้งงานเพื่อดูแลเขาอย่างใกล้ชิด และเมื่อลูกคนที่สองถูกวินิจฉัยว่าเป็นออทิสติก ความรับผิดชอบที่หนักอยู่แล้ว กลับกลายเป็นภาระที่แทบจะไม่อาจแบกไหว เธอเป็นทั้งแม่ เป็นทั้งพยาบาล และเป็นหัวหน้าครอบครัว เหนื่อยทั้งกายและปวดร้าวทั้งใจ

         แม้กระนั้น เธอก็ไม่เคยหยุดสู้ วันเวลาผ่านไป อาการของสามีเริ่มดีขึ้น เธอเริ่มมีความหวังอีกครั้ง แต่แล้วเคราะห์ร้ายก็ย้อนกลับมาอีก สามีป่วยด้วยเส้นเลือดในสมองตีบ และโรคซึมเศร้า แม่เอ๋ต้องกลับมาเริ่มต้นใหม่อีกครั้งในห้วงแห่งความเจ็บปวด ขณะที่ร่างกายของเธอก็เริ่มทรุดโทรมตาม แต่ก็ไม่มีทั้งเงินและเวลาจะไปหาหมอ

         ALLWELL ขอเป็นอีกหนึ่งแรงใจ ร่วมส่งต่อความห่วงใยให้คุณแม่เอ๋ ผู้ไม่เคยยอมแพ้ต่อโชคชะตา แม้ต้องดูแลทั้งสามีที่เป็นผู้ป่วยติดเตียง และลูกที่เป็นออทิสติก พร้อมทั้งเผชิญความทุกข์ยากในชีวิตมาอย่างยาวนาน ALLWELL ขอร่วมแบ่งเบาภาระ ด้วยการมอบ รถเข็นวีลแชร์ สำหรับสามีคุณแม่เอ๋ รวมถึงเครื่องวัดความดัน, เครื่องวัดน้ำตาลในเลือด, และ ทิชชู่เปียกออร์แกนิก เพื่อใช้ในการดูแลสุขภาพเบื้องต้นภายในบ้าน ลดภาระในการเดินทางไปโรงพยาบาล และช่วยให้ครอบครัวมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นในทุกวัน

วันที่ 8 เมษายน 2568 : คุณเมย์ - คุณพร

         ตั้งแต่ลืมตาดูโลก คุณเมย์ไม่เคยรู้จักความอบอุ่นจากพ่อแม่ เพราะทั้งสองเสียชีวิตไปตั้งแต่เธอยังเล็ก เธอเติบโตมาท่ามกลางความว่างเปล่า อาศัยความรักและความเสียสละของคุณยายที่คอยเลี้ยงดู ด้วยหัวใจที่ไม่ยอมแพ้ต่อโชคชะตา คุณเมย์ขยันทำงานทุกอย่าง ส่งตัวเองเรียนจนจบ จนได้ทำงานเป็นดีเจเสียงตามสาย และจากเสียงเพลงในอาชีพนั้นเอง เธอได้พบกับคุณพร ชายผู้ทำให้หัวใจของเธอมีชีวิตอีกครั้ง ทั้งคู่ตัดสินใจแต่งงาน ใช้ชีวิตด้วยกันอย่างเรียบง่ายแต่เต็มไปด้วยความรัก

         แต่แล้วความสุขที่เพิ่งเริ่มต้น กลับถูกพรากไปอย่างโหดร้าย เมื่อวันหนึ่งคุณเมย์ประสบอุบัติเหตุรถชน ขณะกำลังนำขนมไปส่งขาย ผลจากอุบัติเหตุนั้นทำให้เธอพิการ ขาทั้งสองข้างไม่สามารถใช้งานได้อีกต่อไป และต้องกลายเป็นผู้ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ หัวใจของหญิงแกร่งแทบสลาย เธอรู้สึกหมดคุณค่า ไม่อยากเป็นภาระคนที่เธอรัก ถึงขั้นตัดสินใจจะขอไปอยู่สถานสงเคราะห์ แต่คุณพร ผู้เป็นสามีกลับจับมือเธอไว้แน่น แม้ครอบครัวของคุณพรจะคัดค้าน แต่เขาก็ยืนยันหนักแน่นว่าจะดูแลภรรยาคนนี้จนกว่าจะสิ้นชีวิต

         เขาออกไปเร่ขายของทุกวัน เพื่อหาเงินเลี้ยงดูครอบครัวเล็กๆ ที่มีเพียงรักแท้เป็นเสบียง ในขณะที่คุณเมย์ แม้จะเคยคิดจบชีวิต แต่กลับเปลี่ยนความสิ้นหวังให้เป็นพลัง ด้วยหัวใจที่ได้รับการเยียวยาจากคนที่เธอรักที่สุด จากชีวิตที่เคยหมดหวัง วันนี้คุณเมย์และคุณพรได้กลายเป็นแรงบันดาลใจให้ใครอีกหลายคน

         ALLWELL ขอร่วมส่งต่อกำลังใจให้ชีวิตคู่อันงดงามของคุณเมย์และคุณพร ด้วยการมอบรถเข็นวีลแชร์น้ำหนักเบา พับเก็บพกพาง่าย รุ่น MoveD1 พร้อมรถเข็นอาบน้ำและนั่งถ่าย รุ่น Moem จากสเปน และอุปกรณ์ดูแลสุขภาพ ได้แก่ เครื่องวัดน้ำตาลในเลือด GlucoAll-1B ทิชชู่เปียกออร์แกนิก อ่อนโยน ปลอดภัย เพื่อให้คุณเมย์และคุณพรสามารถดูแลสุขภาพกันเองได้ที่บ้าน เพราะความรักที่แท้…คือการดูแลกันทุกวัน

วันที่ 22 เมษายน 2568 : แม่รัศมี

         คุณแม่รัศมี อายุ 53 ปี ผู้หญิงแกร่งที่ชีวิตลำบากมาตั้งแต่ลืมตาดูโลก เติบโตในเพิงเล็กใต้สะพาน ต้องคุ้ยขยะประทังชีวิต ไม่เคยได้เรียนหนังสือ และต้องออกทำงานเลี้ยงชีพตั้งแต่เด็กเพียงลำพัง เมื่ออายุ 15 ปี ต้องสูญเสียพ่อแม่ไป ชีวิตที่ไร้ที่พึ่งพิง ทำให้ถูกหลอกใช้ในทางที่ผิด จำใจเข้าสู่เส้นทางขายบริการ เพื่อหาเงินเลี้ยงดูน้อง แม้ทุกก้าวจะเต็มไปด้วยความเจ็บปวด แต่เธอก็ยืนหยัดทำหน้าที่พี่สาว ดูแลน้องที่ป่วย และส่งอีกคนเรียนจนจบ

         ชีวิตคุณรัศมีเริ่มเปลี่ยน เมื่อพบชายผู้เห็นค่าหัวใจของเธอ ทั้งคู่ช่วยกันเก็บขยะขาย สร้างครอบครัวเล็ก ๆ และมีลูกด้วยกัน 3 คน แต่ความสุขก็อยู่ได้ไม่นาน เพราะสามีป่วยเป็นมะเร็งระยะสุดท้าย ไม่มีเงินรักษา และจากไป ไม่มีแม้แต่เงินทำศพ แม่รัศมีต้องเลี้ยงลูก 3 คนเพียงลำพัง สุดท้ายต้องจำใจฝากลูก 2 คนให้คนอื่นดูแล เพราะต้องดูแลลูกที่เป็นดาวน์ซินโดรมและป่วยด้วยโรคลิ้นหัวใจรั่วเพียงลำพัง

         เมื่อลูกต้องผ่าตัดหัวใจ แต่ไม่มีเงินรักษา ความจนบีบคั้นจนตัดสินใจผิดพลาด หันไปขายยาเสพติด จนถูกจับและต้องพาลูกเข้าไปเลี้ยงในคุกด้วย ต่อมาเธอพบว่าตนเองป่วยเป็นมะเร็งเต้านม ต้องตัดเต้านมทิ้งทั้งสองข้าง หลังพ้นโทษ แม่รัศมีอาศัยอยู่ในกระต๊อบเล็ก ๆ ภายในวัดกับลูกสองคน และยังคงเป็นแม่ที่ไม่ยอมแพ้ เดินขายพวงมาลัยริมถนนทุกวัน เพื่อเลี้ยงดูลูก แม้ปัจจุบันเธอจะป่วยเป็นเส้นเลือดในสมองตีบ จนกลายเป็นอัมพาตครึ่งซีก แต่ก็ยังยืนหยัด ไม่ยอมไปหาหมอ เพราะเธอเลือกเก็บเงินไว้ ให้ลูกได้มีโอกาสรักษาตัวก่อน

         ALLWELL ขอเป็นอีกหนึ่งแรงใจ ร่วมสนับสนุนให้ครอบครัวของคุณแม่รัศมีมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ด้วยการมอบ รถเข็นวีลแชร์ สำหรับคุณแม่ พร้อมด้วย เครื่องวัดความดัน, เครื่องวัดน้ำตาลในเลือด, และทิชชู่เปียกออร์แกนิก เพื่อให้สามารถดูแลสุขภาพเบื้องต้นได้ที่บ้าน ตรวจเช็กอาการได้ทุกวัน โดยไม่ต้องเดินทางไปโรงพยาบาล ลดภาระการเดินทาง และเพิ่มเวลาในการพักผ่อนทั้งของคุณแม่รัศมีและลูก

วันที่ 12 พฤษภาคม 2568 : น้องภัทร-น้องหมูตุ๋น

          น้องภัทรและน้องหมูตุ๋น คือสองพี่น้องที่เติบโตขึ้นท่ามกลางความทุกข์ยากและบททดสอบของชีวิตที่ถาโถมไม่หยุดยั้ง ครอบครัวของเขาเคยมีพร้อมหน้า 6 ชีวิต แต่เมื่อเสาหลักอย่างคุณพ่อจากไปด้วยอุบัติเหตุ และพี่สาวคนโตเสียชีวิตในเวลาต่อมา ชีวิตของพวกเขาก็ยิ่งดิ่งลึกสู่ความมืดมน คุณยายต้องหันไปขอทานเพื่อประคับประคองครอบครัว คุณแม่จมอยู่กับโรคซึมเศร้าจนคิดสั้น

         แต่ยังมีสองพี่น้องผู้ไม่เคยทอดทิ้งแม้ยามที่ตนเองยังไม่พร้อมจะรับภาระ พวกเขาเลือกที่จะเสียสละการเรียน ลุกขึ้นมาทำงานก่อสร้าง เสี่ยงชีวิตรับจ้างงานอันตราย เพียงเพื่อแลกกับเงินไม่กี่บาทในการประทังชีวิตและความหวังของคนในบ้าน ข้าวบูดก็ยังกินเพราะไม่มีทางเลือก แม้ท้ายที่สุดจะถูกไล่ออกจากบ้านเช่า แต่สองพี่น้องก็ยังยืนหยัดไม่ยอมแพ้ต่อโชคชะตา

        ต่อมา พี่ชายคนโต ซึ่งแบกความคาดหวังของทุกคนไว้ กลับป่วยเป็นโรคซึมเศร้าและหลงผิดพาตัวเองเข้าสู่เส้นทางยาเสพติด จนกลายเป็นภัยกับคนในบ้านอีกครั้ง ความเจ็บปวดสะสมในใจของผู้เป็นแม่จึงระเบิดออกมาด้วยการพยายามฆ่าตัวตายอีกหน ทว่าเธอยังรอดมาได้ เพราะหัวใจของครอบครัวดวงเล็กๆ ที่ไม่เคยยอมแพ้อย่างน้องภัทรและน้องหมูตุ๋น

         ALLWELL จึงขอร่วมเป็นแรงเล็ก ๆ ที่หยิบยื่นความห่วงใยและการดูแล ด้วยการมอบเครื่องวัดน้ำตาล เครื่องวัดความดัน กล่องใส่ยา ตลับตัดยา ทิชชู่เปียก และโลชั่นจาก Welli เพื่อช่วยเยียวยาทั้งร่างกายและใจของครอบครัวนี้ให้ก้าวต่อไปได้อย่างเข้มแข็ง เพราะเราเชื่อว่า แม้ชีวิตจะโหดร้ายเพียงใด แต่ความรัก ความหวัง และน้ำใจจากกันและกัน ยังคงเป็นแสงสว่างที่ไม่มีวันดับลงในหัวใจของผู้คนที่ไม่ยอมแพ้ต่อความมืดมน

วันที่ 20 พฤษภาคม 2568 : น้องวิว

         เด็กหญิงตัวเล็ก ๆ วัยเพียง 13 ปีอย่าง “น้องวิว” เติบโตมาในบ้านหลังเก่าที่ไม่เคยได้สัมผัสความสมบูรณ์พร้อมของคำว่า “ครอบครัว” พ่อไม่เคยได้เห็นหน้า ส่วนแม่ก็ทิ้งเธอไปตั้งแต่ลืมตาได้เพียงสามวัน เด็กหญิงคนหนึ่งจึงฝากความรักทั้งหมดไว้กับทวดวัย 91 ปี คุณยายวัย 61 ปี และพี่ชายที่แม้จะยังเป็นเพียงวัยรุ่น แต่ก็แบกรับภาระไว้เต็มหัวใจ

         ด้วยความยากจนจนถึงขั้นไม่มีแม้แต่นมให้ดื่ม น้องวิวเติบโตมากับ “น้ำข้าว” และความอบอุ่นจากยายที่เลี้ยงดูราวกับแม่แท้ๆ คุณยายต้องตื่นตั้งแต่ตี 3 ไปรับจ้างแบกเกลือ ก่อนจะทำงานเป็นแม่ครัวจนถึง 4 ทุ่ม เพื่อแลกกับค่าข้าวค่าชีวิตในแต่ละวัน ส่วนพี่ชายวัย 19 ยอมเสียสละลาออกจากโรงเรียน ใช้วุฒิ ม.6 ทำงานหนักเพื่อให้น้องสาวได้มีโอกาสเรียนรู้โลกในห้องเรียนบ้าง แม้ร่างกายจะอ่อนล้าจนป่วยบ่อย แต่หัวใจของเขากลับยังเข้มแข็งเพื่อคนในครอบครัว

         บ้านที่พวกเขาอาศัยอยู่ก็ไม่ใช่ของตัวเอง แต่เป็นบ้านหลวงร้างที่ไม่มีใครอยู่อาศัย กระทั่งวันที่พายุพัดจนหลังคาทะลุ ทุกคนก็ต้องนอนตากฝนโดยไร้ทางเลือก ท่ามกลางความลำบากที่เด็กคนหนึ่งไม่ควรต้องเผชิญ แต่น้องวิวกลับเลือกจะ “ลุกขึ้นสู้” แทนที่จะยอมแพ้ เธอเริ่มหารายได้ตั้งแต่ยังเล็ก ทั้งขายผลไม้ ขี่จักรยานรับจ้างล้างจาน เสิร์ฟอาหาร ขายน้ำปั่น ลูกชิ้นทอด ไลฟ์สดขายของจิปาถะ ด้วยความหวังเล็กๆ เพียงว่าจะเรียนให้จบไวๆ เพื่อดูแลตอบแทนผู้มีพระคุณทั้งสามคนที่รักเธอมากที่สุดในโลก

         ALLWELL ขอเป็นอีกหนึ่งแรงที่ร่วมส่งต่อการดูแล ด้วยการมอบ “รถเข็นช่วยเดิน รุ่น Walk-A” ให้คุณทวดของน้องวิวใช้ในการประคองเดินและฟื้นฟูร่างกาย พร้อมมอบเครื่องวัดความดันและเครื่องวัดน้ำตาลให้ทวดและคุณยายได้ติดตามสุขภาพอย่างใกล้ชิด และเพื่อให้พี่ชายของน้องวิวที่ต้องทำงานหนักได้ดูแลร่างกายตัวเองอย่างเหมาะสม ALLWELL ยังมอบอุปกรณ์พยุงกล้ามเนื้อและข้อจาก Vantelin เพื่อบรรเทาความล้าและป้องกันการบาดเจ็บ

วันที่ 9 มิถุนายน 2568 : น้องพลอย

         น้องพลอย เด็กหญิงวัยเพียง 12 ปี ผู้ไม่เคยได้รู้จักแม้เงาของคำว่า “แม่” เติบโตมากับพ่อและคุณย่าเพียงสองคนในชีวิต พ่อจึงกลายเป็นทั้งเสาหลักของครอบครัว ขณะที่คุณย่าคือผู้หญิงที่เป็นดั่งแม่คนที่สองที่เธอรักสุดหัวใจ กระทั่งวันหนึ่งคุณย่าจากไปอย่างไม่มีวันกลับด้วยอาการหัวใจวายเฉียบพลัน ทิ้งความว่างเปล่าอันเจ็บปวดไว้ในใจของเด็กหญิงตัวน้อย ไม่นานนัก พ่อซึ่งทุ่มเทแรงกายทำงานหนักจนละเลยสุขภาพของตนเอง ก็ล้มป่วยด้วยภาวะกล้ามเนื้ออ่อนแรงเฉียบพลันขณะขับรถ กลายเป็นอัมพฤกษ์ ติดเตียง ไม่สามารถดูแลตัวเองได้อีกต่อไป

         ท่ามกลางวัยที่ควรได้เรียน เล่น และเติบโตตามวัย น้องพลอยกลับต้องดิ้นรนหาแม่ผู้ให้กำเนิดเพื่อหวังให้กลับมาช่วยดูแล แต่สิ่งที่ได้กลับมา คือการส่งคนแปลกหน้าที่กลายเป็นผู้ดูแลไร้หัวใจ ขโมยทรัพย์สินและหนีหายไป ทิ้งเด็กหญิงอายุเพียง 12 ปีไว้ให้เผชิญกับชะตากรรมลำพังอีกครั้ง

          เธอจึงตัดสินใจครั้งใหญ่ในชีวิตด้วยการลาออกจากโรงเรียน หันมาเป็นผู้ดูแลพ่อด้วยตัวเองอย่างเต็มเวลา และในช่วงเวลาที่พ่อหลับ เธอก็ไปรับจ้างช่วยงานที่ร้านข้าวแกง หวังเพียงจะได้รายได้เล็กน้อยเพื่อเลี้ยงดูครอบครัวที่เหลือเพียงสองชีวิต

         ALLWELL มองเห็นถึงพลังแห่งความรักที่ยิ่งใหญ่เกินตัว และหัวใจของเด็กหญิงที่งดงามเกินวัย จึงขอมอบที่นอนโฟมป้องกันแผลกดทับ รุ่น Mercury จากประเทศอังกฤษ เพื่อให้น้องพลอยใช้ดูแลคุณพ่อจากแผลกดทับที่อาจเกิดขึ้นได้จากภาวะติดเตียง พร้อมทั้งเครื่องวัดความดัน อุปกรณ์พยุงร่างกาย และทิชชู่เปียก ซึ่งเป็นของจำเป็นที่ช่วยให้การดูแลคนที่เธอรักเป็นไปอย่างปลอดภัยและมีคุณภาพยิ่งขึ้น

วันที่ 16 มิถุนายน 2568 : ลุงก้อน

         คุณลุงก้อน แม้จะเกิดมาไร้แขนทั้งสองข้าง แต่กลับมีหัวใจที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความมุ่งมั่นตั้งแต่วัยเยาว์ ลุงเริ่มหัดใช้เท้าเพื่อตักข้าวเข้าปากเองตั้งแต่อายุเพียง 4 ขวบ และแม้จะอยู่ในครอบครัวที่ยากจน ลุงก้อนก็ยังพยายามช่วยงานบ้านด้วยเท้าเล็ก ๆ ของเขา เพื่อแบ่งเบาภาระที่พ่อแม่ต้องแบกไว้ เมื่อโตขึ้นลุงก้อนใฝ่รู้ ขอพ่อแม่ให้ได้ไปเรียนหนังสือ ทั้งยังฝึกใช้เท้าเขียนจนลายมือสวยสะดุดตาครู และยังเก่งด้านกีฬาอย่างน่าทึ่ง ทว่าเนื่องจากฐานะที่ยากลำบาก ลุงจึงต้องหยุดการเรียนไว้เพียงแค่ชั้น ป.4 

        แม้จะหยุดเรียนแต่ไม่หยุดพัฒนาตัวเอง ลุงใช้วิธีลักจำวิธีซ่อมจักรยานตามร้านต่าง ๆ จนสามารถยึดเป็นอาชีพได้ในที่สุด ลุงก้อนสามารถขับจักรยานและมอเตอร์ไซค์ได้แม้ไร้แขน โดยอาศัยการดัดแปลงอย่างสร้างสรรค์ ทุกวันนี้ลุงประกอบอาชีพเป็นช่างซ่อมรถจักรยานยนต์อย่างเต็มภาคภูมิ มีใบรับรองฝีมือจากกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน เป็นเสาหลักของครอบครัวที่เขาสร้างขึ้นจากความกล้าและความรัก

         แม้จะต้องเผชิญความสูญเสียอีกครั้ง เมื่อพ่อแม่อันเป็นที่รักจากไปจนใจแทบสลาย แต่ลุงก้อนก็ยังยืนหยัดได้ ด้วยแรงใจจากภรรยาผู้เป็นรักแท้ที่อยู่เคียงข้างเสมอมา กระทั่งวันหนึ่ง ภรรยาป่วยเป็นมะเร็ง แต่ฐานะไม่เอื้ออำนวยต่อการรักษา ลุงก้อนจึงลุกขึ้นมาทำงานเพิ่ม รับจ้างตัดหญ้าเพื่อนำเงินมาดูแลภรรยาที่รักอย่างเต็มหัวใจ

          ALLWELL ขอน้อมส่งมอบกำลังใจและการดูแลด้วยความเคารพในหัวใจอันแกร่งกล้าของลุงก้อนและภรรยา ผ่านชุดอุปกรณ์ดูแลสุขภาพ ได้แก่ เครื่องวัดความดันโลหิต เครื่องวัดระดับน้ำตาลในเลือด และทิชชู่เปียก เพื่อให้ทั้งคู่สามารถติดตามสุขภาพได้อย่างใกล้ชิด และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นในทุกๆ วัน

วันที่ 23 มิถุนายน 2568 : น้องเบญ

         น้องเบญ เด็กหญิงวัย 14 ปี คือผลลัพธ์ของความรักและความตั้งใจจากพ่อแม่ที่เฝ้ารอการมีลูกอย่างเต็มหัวใจ ทว่าโชคชะตากลับเล่นตลกร้ายก่อนที่เธอจะได้ลืมตาดูโลก คุณพ่อผู้เป็นเสาหลักของบ้านประสบอุบัติเหตุพลัดตกจากชั้นสอง กระดูกและเส้นประสาทได้รับความเสียหายจนเดินไม่ได้ไปตลอดชีวิต เงินออมที่เตรียมไว้เพื่อลูกต้องหมดไปกับค่ารักษา ข้าวของในบ้านค่อยๆ ถูกขายจนเกลี้ยง ครอบครัวที่เคยพร้อมก็กลายเป็นหนี้สินรุงรัง น้องเบญเกิดมาในห้วงเวลาที่บ้านเต็มไปด้วยความยากลำบาก แต่กลับเป็นดั่งแสงสว่างที่ยังคงปลุกพลังชีวิตในใจพ่อแม่ให้ลุกขึ้นยืนหยัดต่อไป

         คุณแม่ผู้เสียสละ ฟื้นตัวจากการคลอดอย่างรวดเร็ว เพื่อออกไปทำงานทำความสะอาดโดยมีลูกน้อยกระเตงไปด้วยทุกที่ แม้ภายหลังจะประสบอุบัติเหตุรถชนจนข้อมือหักและข้อเข่าเสื่อม ทำให้ไม่สามารถทำงานหนักได้อีก ก็ยังไม่ยอมแพ้ต่อชีวิต ด้านคุณพ่อที่กลายเป็นผู้พิการ กดดันตัวเองว่าเป็นภาระ จนเคยคิดจะจบชีวิต แต่เพราะรักจากภรรยาและลูกสาวเพียงคนเดียว ทำให้เขากลับมายืนหยัดอีกครั้ง หันมานั่งรับจ้างซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้า แม้จะต้องนั่งจนเป็นแผลกดทับ ก็ไม่ยอมหยุดหาเลี้ยงครอบครัว

         วันนี้คุณแม่ของน้องเบญเลือกหันมาทำอาหารขายหน้าบ้าน แม้กำลังกายจะไม่แข็งแรง แต่หัวใจยังแน่วแน่เพื่อครอบครัว ในขณะที่น้องเบญเองก็ไม่ได้ปล่อยให้พ่อแม่เผชิญความลำบากลำพัง เธอช่วยดูแลพ่อ ทำงานบ้าน และยังหาทางแบ่งเบาภาระครอบครัวโดยแอบไปทำงานเป็นเด็กเสิร์ฟที่ร้านก๋วยเตี๋ยว และหาวัสดุมาร้อยกำไลขายเพื่อนที่โรงเรียน ด้วยหัวใจที่ทั้งกตัญญูและเด็ดเดี่ยวเกินวัย

         ALLWELL ขอร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการส่งกำลังใจและสนับสนุนคุณภาพชีวิตของครอบครัวนี้ ด้วยการมอบ ที่นอนโฟมป้องกันแผลกดทับและเบาะรองนั่งกันแผลกดทับ จากประเทศอังกฤษ ให้คุณพ่อได้นั่งทำงานและพักผ่อนโดยไม่เกิดบาดแผลซ้ำ พร้อมทั้งมอบ รถเข็นวีลแชร์ และอุปกรณ์พยุงร่างกายสำหรับคุณแม่ เพื่อช่วยซัปพอร์ตร่างกายในขณะประกอบอาชีพ

วันที่ 1 กรกฎาคม 2568 : ยายสงวน - น้องพอใจ

         คุณยายสงวน เดิมทีเธอมีครอบครัวธรรมดา ลูก 4 คนที่คลอดออกมาอย่างแข็งแรงสมบูรณ์ แต่เมื่อเวลาผ่านไป กลับพบว่าลูกคนโตในวัยเพียง 13 ปี ป่วยเป็นโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงซึ่งไม่สามารถรักษาให้หายได้ และที่โหดร้ายยิ่งกว่านั้นก็คือ ลูกทั้งสามคนที่เหลือต่างก็เริ่มแสดงอาการเดียวกันเมื่อย่างเข้าสู่วัย 12–13 ปี คุณยายสงวนพยายามดิ้นรนหาทางรักษาให้ลูกๆ จนทรัพย์สินหมดสิ้น คุณตาซึ่งเป็นเสาหลักของบ้าน เกิดความเครียดสะสม จนสุดท้ายกลายเป็นผู้ติดสุราและเสียชีวิตจากไป ทิ้งคุณยายสงวนให้เป็นผู้อยู่ดูแลทั้งครอบครัวเพียงลำพัง

         ยายสงวนรับจ้างเก็บขวดและทำงานหนักเพื่อส่งเสียลูก ๆ ให้ได้เรียนจนจบ แม้ลูกทั้งสามคนจะแยกย้ายไปมีครอบครัว แต่ด้วยโรคประจำตัวที่ไม่อาจหลุดพ้นได้ ทำให้ภาระสุดท้ายกลับมาตกอยู่ที่เธออีกครั้ง คือการเลี้ยงดูหลาน หลานชายคนหนึ่งพ่ายแพ้ต่อสภาพแวดล้อมที่กดดัน หันหน้าเข้าสู่วังวนของยาเสพติด ความหวังทั้งหมดจึงตกอยู่กับคุณยายสงวนและน้องพอใจ เด็กหญิงตัวเล็กๆ ผู้เป็นหลานสาวของเธอ

         น้องพอใจนอกจากจะช่วยร้องเพลงและขายของออนไลน์เคียงข้างคุณแม่เกษ หนึ่งในลูกสาวที่ป่วยเป็นโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงแล้ว เธอยังทำงานบ้าน ดูแลสมาชิกในบ้านด้วยความเสียสละเกินวัย ในขณะที่คุณเกษแม้จะป่วย แต่ก็ไม่ยอมอยู่นิ่ง พยายามไลฟ์สดขายของเพื่อหารายได้มาแบ่งเบาภาระแม่

 

         ALLWELL เห็นถึงหัวใจที่ไม่เคยหมดหวังและการต่อสู้ที่ไม่ยอมแพ้ของครอบครัวนี้ จึงขอร่วมส่งกำลังใจและสนับสนุนการใช้ชีวิตประจำวันให้ดียิ่งขึ้น ด้วยการมอบรถเข็นวีลแชร์ไฟฟ้า ให้กับคุณแม่เกษ ซึ่งยังสามารถควบคุมการเคลื่อนไหวด้วยมือได้ เพื่อให้สามารถใช้ในชีวิตประจำวันได้สะดวกขึ้น พร้อมมอบรถเข็นวีลแชร์แบบ Manual ให้กับลูกสาวอีกคนที่ป่วยเป็นกล้ามเนื้ออ่อนแรงขั้นรุนแรงจนไม่สามารถเคลื่อนไหวได้เอง และสุดท้าย ALLWELL ขอมอบเครื่องวัดความดันโลหิต ให้ครอบครัวของคุณยายสงวนได้ใช้ดูแลสุขภาพอย่างใกล้ชิด เพื่อให้การต่อสู้ในทุกวันมีพลังจากสุขภาพที่แข็งแรง

วันที่ 8 กรกฎาคม 2568 : คุณปอ

         คุณปอคือภาพสะท้อนของความเข้มแข็งที่เกิดจากหัวใจที่ไม่เคยยอมแพ้ แม้จะพิการตั้งแต่กำเนิด แขนขาลีบ และต้องสูญเสียพ่อไปตั้งแต่อายุเพียง 4 ขวบ ชีวิตในวัยเด็กเต็มไปด้วยความลำบาก แต่สิ่งหนึ่งที่คุณปอมีมากกว่าสิ่งใด คือความตั้งใจที่จะ “แบ่งเบาภาระแม่” เธอจึงเริ่มฝึกทำกิจวัตรประจำวันทุกอย่างด้วยตนเองตั้งแต่ยังเล็ก เพื่อให้แม่เหนื่อยน้อยลง แม้ร่างกายจะไม่เอื้อ แต่หัวใจกลับแข็งแรงยิ่งกว่าใคร

         ด้วยข้อจำกัดทางร่างกาย เริ่มฝึกเย็บเสื้อนักเรียนให้กับน้อง จนกลายเป็นแรงบันดาลใจให้เธอเริ่มรับปักเสื้อเพื่อหารายได้จุนเจือครอบครัว ต่อยอดฝีมือฝึกเย็บกระสอบ ครูพักลักจำหัดถักโครเชต์ด้วยตนเอง สวยงามจนเป็นที่ยอมรับของคนในชุมชน ถึงขั้นได้รับการชวนจากวิสาหกิจชุมชนให้นำงานไปวางจำหน่าย และยึดเป็นอาชีพหลักเรื่อยมา และใช้รายได้จากการถักโครเชต์ส่งน้องเรียนจนจบปริญญาตรี แม้ต้องทนเจ็บมือ ทำงานข้ามคืนจนร่างกายอ่อนล้า แต่เธอยอมแลกทุกอย่างเพื่อความฝันของครอบครัว

         ต่อมาเมื่อได้พบสามีที่มองข้ามความพิการและเห็นคุณค่าของเธอ ทั้งคู่ได้สร้างครอบครัวร่วมกัน มีลูก และคุณปอเลือกวางงานถักโครเชต์ เพื่อดูแลลูกอย่างเต็มที่ แต่เมื่อสามีต้องตกงาน ชีวิตครอบครัวกลับเข้าสู่ช่วงวิกฤตอีกครั้ง รายได้หายไปทั้งบ้าน ต้องกู้ยืมเงินลงทุนขายของชำจนกลายเป็นหนี้หนัก ความเครียดสะสมทำให้คุณปอป่วยต้องเข้าโรงพยาบาล บางช่วงต้องขายของในบ้านเพื่อประทังชีวิต และไม่สามารถจัดหาเงินค่าเทอมให้ลูกได้ คุณปอจึงตัดสินใจกลับมาถักโครเชต์อีกครั้งเพื่อหาเงินเลี้ยงลูกและพาครอบครัวเดินต่อ แม้เส้นทางจะยาก แต่เธอไม่เคยหยุดสู้

         ALLWELL ได้เห็นถึงความพยายามและหัวใจที่ไม่ย่อท้อของคุณปอ จึงขอร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการส่งต่อกำลังใจ โดยมอบรถเข็นวีลแชร์ช่วยเพิ่มความคล่องตัวในการเคลื่อนไหว พึงพาตนเองได้ดีขึ้น / เครื่องวัดความดัน ช่วยติดตามสุขภาพได้ด้วยตนเองอย่างสม่ำเสมอ ลดความเสี่ยงจากภาวะแทรกซ้อน และทิชชู่เปียกช่วยดูแลความสะอาดและสุขอนามัยในชีวิตประจำวันให้คุณปอ ใช้ดูแลตนเองและครอบครัวในทุก ๆ วัน

วันที่ 15 กรกฎาคม 2568 : แม่อุ๊

         แม่อุ๊ หญิงวัย 50 ปี ต้องเผชิญวิกฤตชีวิตจากพิษเศรษฐกิจที่ทำให้ครอบครัวเป็นหนี้สะสม รายได้ไม่เพียงพอแม้กระทั่งค่าใช้จ่ายพื้นฐานและค่าเล่าเรียนของลูก ความจำเป็นจึงผลักให้สามีต้องจำใจไปรับจ้างเรือประมง ออกทะเลนานถึง 5 เดือนกว่าจะได้กลับบ้านสักครั้ง เพื่อหวังหารายได้เลี้ยงครอบครัว แต่กลับเกิดเหตุไม่คาดฝันเมื่อสามีเจอพายุและตกทะเลจนเกือบเอาชีวิตไม่รอด

         เหตุการณ์นั้นทำให้ครอบครัวยิ่งเผชิญความกดดันมากขึ้นในทุกด้าน เพื่อแบ่งเบาภาระ ลูกชายจึงสมัครเป็นทหารเกณฑ์ด้วยความตั้งใจจะเก็บเงินไว้เรียนต่อ ทำให้แม่อุ๊ต้องใช้ชีวิตอยู่เพียงลำพัง เธอคิดถึงลูกและสามีจนหลายคืนต้องร้องไห้เงียบ ๆ แต่ยังคงอดทนทำงานขายของตั้งแต่เช้าจรดค่ำโดยไม่มีวันหยุด

         แม้ร่างกายเริ่มอ่อนล้า กระทั่งป่วยเป็นโรคเบาหวานและไม่มีเงินรักษาอย่างต่อเนื่อง จนโรคกำเริบรุนแรงและต้องตัดขา เหลือเพียงข้างเดียว ขณะที่ภาระหนี้ยังคงสะสมไม่สิ้นสุด จนเคยคิดอยากยุติชีวิตตัวเอง แต่เธอตั้งสติได้ทันและเลือกกลับมายืนหยัดอีกครั้งด้วยการบวชชีเพื่อเรียนรู้ชีวิต ก่อนจะกลับมาลุกขึ้นสู้ใหม่ด้วยหัวใจที่เข้มแข็งกว่าเดิม หลังจากนั้นแม่อุ๊รับจ้างซักรีดและใช้ขาข้างเดียวขี่รถพ่วงข้างเพื่อรับ-ส่งผ้า แม้ต้องเสี่ยงเจ็บตัวทุกวัน แต่เธอก็ยอมทำเพื่อหวังให้ครอบครัวกลับมามีชีวิตที่มั่นคงและได้อยู่พร้อมหน้ากันอีกครั้ง

         ALLWELL ได้เห็นถึงความอดทนและหัวใจนักสู้ของแม่อุ๊ จึงขอร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการส่งต่อกำลังใจและสนับสนุนคุณภาพชีวิต โดยมอบรถเข็นวีลแชร์เพื่อช่วยให้เคลื่อนไหวสะดวกและลดความเสี่ยงในการหกล้ม เครื่องวัดน้ำตาลเพื่อให้สามารถติดตามระดับน้ำตาลและดูแลโรคเบาหวานได้อย่างต่อเนื่อง เครื่องวัดความดันเพื่อเฝ้าระวังภาวะแทรกซ้อน และรองเท้าสำหรับผู้ป่วยเบาหวานเพื่อช่วยป้องกันแผลกดทับ ลดโอกาสเกิดบาดแผลและการสะดุดล้ม ALLWELL หวังว่าอุปกรณ์เหล่านี้จะช่วยลดภาระและเป็นแรงสนับสนุนให้แม่อุ๊สามารถใช้ชีวิตได้ปลอดภัยมากขึ้น และเดินหน้าสร้างอนาคตที่ดีให้ครอบครัวต่อไป

วันที่ 29 กรกฎาคม 2568 : น้องฟ้า

         เรื่องราวของ “น้องฟ้า” วัย 17 ปี คือบทพิสูจน์ของหัวใจที่เข้มแข็งเกินวัย ตั้งแต่วัยเด็กเธอต้องเผชิญชีวิตที่หนักหนา เมื่อพี่สาวต่างท้องซึ่งยังไม่พร้อมรับผิดชอบ ได้ทิ้งลูกน้อยไว้ให้คุณแม่ดูแลตั้งแต่แบเบาะถึง 5 คน ทำให้น้องฟ้าในวัยเพียง 6 ขวบ ต้องก้าวจากลูกคนเล็กกลายเป็นผู้ช่วยคนสำคัญของบ้าน คอยดูแลหลาน ๆ อย่างใกล้ชิด ทั้งป้อนข้าว ป้อนนมที่ต้องขอจากวัด เพื่อให้เด็ก ๆ ได้มีอาหารประทังชีวิตในแต่ละวัน แม้ตัวเธอเองจะยังเป็นเพียงเด็กคนหนึ่ง แต่กลับต้องเติบโตอย่างรวดเร็วและแบกรับหน้าที่ที่ใหญ่เกินวัยตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา

         ความลำบากทวีคูณขึ้น เมื่อผู้เป็นพ่อไม่เพียงไม่ช่วยเลี้ยงดู หากยังติดสุราและยาเสพติด นำทรัพย์สินภายในบ้านไปขายจนแทบไม่เหลืออะไร และสุดท้ายต้องหลบหนีเจ้าหน้าที่ ทิ้งให้คุณแม่ น้องฟ้า และหลาน ๆ เผชิญความยากไร้ตามลำพัง ภาระทางใจและทางกายกดทับคุณแม่จนเกิดภาวะความดันโลหิตสูง แต่ถึงอย่างนั้น น้องฟ้าก็ยังไม่ยอมแพ้ เธอลุกขึ้นสู้เคียงข้างแม่ พาหลานเข้าป่าเก็บเศษไม้มาเผาถ่านขาย แต่รายได้ก็ยังไม่พอ คุณแม่ต้องไปรับจ้างสานลวดเพิ่ม ขณะที่น้องฟ้านำเสื้อผ้าบริจาคมาขายต่อเป็นมือสองเพื่อหาเงินเลี้ยงดูครอบครัวให้ผ่านพ้นแต่ละวันไปให้ได้

         ซ้ำร้าย น้องฟ้าประสบอุบัติเหตุตกรถพ่วงข้างจนกระโหลกร้าว ส่งผลให้การทำงานของสมองช้าลงและมีอาการปวดศีรษะบ่อยครั้ง แต่เธอยังคงตั้งใจเรียน ไม่ปล่อยให้ความเจ็บปวดมาหยุดความหวัง เพราะสิ่งที่อยู่ในใจของเธอคือการเรียนให้จบ เพื่อได้ทำงานเลี้ยงดูคุณแม่และส่งหลานทุกคนให้ได้มีโอกาสทางการศึกษา หลาน ๆ เมื่อเติบโตขึ้นก็เริ่มเข้าใจความเหน็ดเหนื่อยของน้องฟ้าและคุณแม่ พวกเขาช่วยกันเก็บขยะขายเพื่อแบ่งเบาภาระ และเป็นแรงใจให้กันในบ้านหลังเล็กที่แม้ขัดสนแต่เต็มไปด้วยความรัก

         ALLWELL ขอร่วมเป็นอีกหนึ่งกำลังใจเล็ก ๆ ที่ช่วยครอบครัวน้องฟ้า ด้วยการมอบเครื่องวัดความดัน และเครื่องวัดน้ำตาล ให้คุณแม่น้องฟ้าที่ป่วย และมอบทิชชู่เปียกออร์แกนิก เพื่อการดูแลในบ้านของน้องฟ้าและหลาน ๆ เราเชื่อว่าความเข้มแข็งของน้องฟ้าไม่ควรถูกมองข้าม และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าแรงสนับสนุนเล็ก ๆ นี้ จะเป็นหนึ่งแสงสว่างที่ช่วยให้เส้นทางชีวิตของเธอและครอบครัว ให้ก้าวต่อไปได้ด้วยความหวังและความมั่นคงยิ่งขึ้นในวันข้างหน้า

วันที่ 4 สิงหาคม 2568 : น้องบ๊อบ

         น้องบ๊อบ เด็กชายวัย 13 ปี เติบโตท่ามกลางความยากลำบาก ชีวิตของเขาผูกพันอยู่กับแคมป์คนงานก่อสร้างตั้งแต่ยังเล็ก และต้องช่วยพ่อแม่ทำงานตั้งแต่อายุเพียง 2 ขวบ ในวันที่เด็กคนอื่นอาจยังวิ่งเล่นอย่างไร้กังวล น้องบ๊อบกลับคุ้นชินกับกลิ่นปูน กลิ่นเหล็ก และความเหนื่อยล้าของการทำงาน เพื่อประคับประคองครอบครัวให้เดินต่อไปได้

         กระทั่งวันหนึ่ง ชีวิตของครอบครัวก็พลิกผัน เมื่อคุณแม่ทำงานหนักสะสมมาเป็นเวลานาน จนเกิดภาวะหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทและกลายเป็นอัมพาตทั้งตัว ความรับผิดชอบจึงตกอยู่กับคุณพ่อมากขึ้นเป็นเท่าตัว ต้องดูแลภรรยาที่ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ พร้อมกับต้องเลี้ยงดูลูกเล็กอีกสองคน และยังต้องขี่มอเตอร์ไซค์ข้ามจังหวัดไปทำงานเพื่อหารายได้ ก่อนจะรีบกลับมาดูแลคนในบ้าน ชีวิตที่เคยยากอยู่แล้ว จึงยิ่งหนักหนากว่าที่ใครจะจินตนาการได้

         ในวันที่บ้านต้องเผชิญความลำบากอย่างที่สุด น้องบ๊อบกลับลุกขึ้นเป็นกำลังสำคัญของครอบครัว เขาทำทุกอย่างเท่าที่เด็กคนหนึ่งจะทำได้ ตั้งแต่ดูแลคุณแม่อย่างใกล้ชิด เปลี่ยนผ้าอ้อม ช่วยทำกายภาพ ไปจนถึงคอยอยู่เคียงข้างไม่ให้แม่รู้สึกโดดเดี่ยว แม้แต่วันเสาร์-อาทิตย์ที่ควรเป็นวันพักผ่อน น้องบ๊อบก็เลือกไปช่วยคุณพ่อทำงานที่ไซต์ก่อสร้างเพื่อเพิ่มรายได้ แต่รายรับก็ยังไม่เพียงพอต่อค่าใช้จ่าย จนต้องบากหน้าไปขอยืมเงินจากเจ้าของร้านก๋วยเตี๋ยวใกล้บ้าน ซึ่งผู้ใจดีท่านนั้นไม่เพียงให้ความช่วยเหลือด้านเงินทุน หากยังมอบโอกาสให้น้องบ๊อบได้ทำงานเพื่อมีรายได้เลี้ยงครอบครัวอย่างมั่นคงขึ้นอีกทางหนึ่ง

         ALLWELL ขอร่วมเป็นอีกหนึ่งแรงสนับสนุนที่ช่วยให้ครอบครัวของน้องบ๊อบมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ด้วยการมอบเตียงผู้ป่วยไฟฟ้าดีไซน์ไม้ พร้อมที่นอนป้องกันแผลกดทับสำหรับผู้ป่วยติดเตียงนำเข้าจากประเทศอังกฤษ รวมถึงทิชชู่เปียกออร์แกนิกที่ใช้สำหรับดูแลคุณแม่และคนในครอบครัว รวมมูลค่ากว่า 137,900 บาท เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าแรงช่วยเหลือในครั้งนี้ จะเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ครอบครัวเล็ก ๆ ที่ต่อสู้มาอย่างเหน็ดเหนื่อย ได้ก้าวต่อไปด้วยความหวัง และเชื่อมั่นว่าความดีและความกตัญญูของน้องบ๊อบ จะนำพาชีวิตของเขาไปสู่วันที่สดใสและมั่นคงในวันข้างหน้า

วันที่ 11 สิงหาคม 2568 : น้องดาว

         น้องดาว เด็กหญิงวัย 10 ขวบ พ่อแม่หย่าร้างและแยกทางกันตั้งแต่น้องดาวอายุเพียง 2 ขวบ ทำให้ชีวิตของเด็กน้อยต้องอยู่กับคุณย่าผู้ชราที่มีโรคประจำตัวหลายโรครุมเร้าอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แม้ร่างกายจะอ่อนแรงและทรุดโทรมตามวัย แต่คุณย่ากลับเลือกแบกภาระทุกอย่างไว้เพียงลำพัง แต่น้องดาวไม่เคยปล่อยให้ย่าต้องสู้เพียงลำพัง เด็กหญิงตัวเล็ก ๆ อาสาออกเร่ขายของ รับจ้างทำงานเล็ก ๆ น้อย ๆ เพื่อหาเงินช่วยเหลือครอบครัว แม้จะเป็นวัยที่ควรได้เรียน เล่น และพักผ่อน แต่สำหรับน้องดาวหน้าที่กลับเป็นสิ่งที่มาก่อนเสมอ

         เมื่ออยากให้มีรายได้มากขึ้น คุณย่าจึงพาน้องดาวเดินทางจากสุรินทร์เข้ากรุงเทพฯ เพื่อรับจ้างขายขนมไทย น้องดาวอาสาเดินเรียกลูกค้า เร่ขายแทนย่าที่ไม่แข็งแรง แม้บางวันคุณย่าต้องอดข้าวเพื่อเสียสละให้น้องดาวได้กิน น้องดาวกลับเลือกจะอดข้าวเป็นเพื่อนย่า เพราะสำหรับน้องดาว ความหิวไม่ได้น่ากลัวเท่าการเห็นย่าต้องทุกข์เพียงลำพัง 

         ด้วยความตั้งใจที่จะช่วยแบ่งเบาภาระให้ได้มากที่สุด น้องดาวพยายามเพิ่มรายได้ด้วยการขอผ่อนเครื่องปั่นน้ำ เพื่อเปิดร้านขายน้ำปั่นหน้าบ้าน แต่ด้วยข้อจำกัดหลายด้าน ทำให้ขายไม่ดีจนต้องปิดร้านลง ปัจจุบันน้องดาวและคุณย่ายังคงต้องเผชิญความยากลำบาก ทั้งเรื่องรายได้และสภาพที่อยู่อาศัยที่ทรุดโทรม อย่างไรก็ตาม สิ่งหนึ่งที่ไม่เคยลดลงคือหัวใจของเด็กหญิงคนนี้ที่ยังคงพยายามลุกขึ้นสู้เพื่อคนที่เธอรักที่สุดอย่างไม่ยอมแพ้

         ALLWELL ขอร่วมปันสุขและส่งต่อกำลังใจให้ครอบครัวของน้องดาว ด้วยการมอบอุปกรณ์ซัปพอร์ตพยุงเข่าและหลัง เครื่องวัดความดัน และเครื่องวัดน้ำตาล เพื่อช่วยดูแลสุขภาพของคุณย่าให้ได้รับการดูแลอย่างเหมาะสมมากยิ่งขึ้น เราหวังว่าแรงสนับสนุนเล็ก ๆ นี้ จะช่วยให้ชีวิตของน้องดาวและคุณย่าเบาลงอีกนิด และขอชื่นชมน้องดาวในความกตัญญูและสู้ชีวิต

วันที่ 26 สิงหาคม 2568 : ยายสิน

         คุณยายสิน คือหญิงชราคนหนึ่งที่ต้องใช้ชีวิตอย่างเข้มแข็งท่ามกลางความทุกข์จากการจากไปของสามี เธอต้องเลี้ยงดูลูกสาวเพียงคนเดียวคือน้องตุ้ยนุ้ย ซึ่งเป็นโรคออทิสติกและจำเป็นต้องได้รับการดูแลมากกว่าเด็กทั่วไป โดยอาศัยอยู่ในกระต๊อบหลังเล็กที่ทรุดโทรมอย่างยากลำบาก แม้ชีวิตจะบีบคั้นเพียงใด คุณยายสินก็ไม่เคยทอดทิ้งลูก เธอต้องกระเตงน้องตุ้ยนุ้ยไปทำงานด้วยทุกแห่งหน กินอยู่แบบอดมื้อกินมื้อ เก็บผักขายเพื่อหาเงินเลี้ยงชีพไปวันต่อวัน ทั้งที่ร่างกายของตนเองก็อ่อนล้า แต่หัวใจกลับไม่เคยยอมแพ้ เพราะสิ่งเดียวที่เธอมีคือความรักและความรับผิดชอบต่อชีวิตของลูกสาว

         ท่ามกลางความเหนื่อยยากในชีวิต คุณยายสินได้พบกับคุณตาบุรี ผู้มอบความเมตตาอย่างแท้จริงให้แก่ครอบครัวเล็ก ๆ นี้ คุณตาไม่ได้มองว่าน้องตุ้ยนุ้ยเป็นภาระ หากกลับยื่นมือเข้ามาอย่างอบอุ่น ชวนคุณยายและลูกสาวมาอยู่ด้วยกัน ทำให้ชีวิตที่เคยมืดมนของคุณยายสินเริ่มมีแสงสว่างขึ้นอีกครั้ง รายได้จากคุณตาบุรีช่วยจุนเจือให้ครอบครัวพอมีความมั่นคงมากขึ้น แม้จะไม่ได้ร่ำรวย แต่การมีคนร่วมทุกข์ร่วมสุข ทำให้คุณยายรู้สึกว่าชีวิตไม่ได้เดียวดายเหมือนที่ผ่านมา

         แต่สุขได้ไม่นาน ชีวิตกลับพลิกผันอีกครั้ง เมื่อคุณตาบุรีออกไปเก็บผักเพื่อหารายได้และเกิดอุบัติเหตุจากการปีนต้นไม้จนตกลงมา ทำให้ไม่สามารถเดินได้ คุณยายสินจึงต้องกลับมาเป็นเสาหลักของครอบครัวอีกครั้ง และครั้งนี้หนักหนายิ่งกว่าเดิม เพราะต้องหาเลี้ยงทั้งสามีที่เดินไม่ได้และลูกที่เป็นออทิสติก คุณยายยอมทำทุกอย่างเพื่อแลกกับเงินเพียงเล็กน้อย ไม่ว่าจะเก็บผักหรือแม้แต่งมหอยขาย จนเคยเกือบจมน้ำ แต่ก็ยังฝืนทนสู้ต่อไป เพราะความหวังเดียวในใจคืออยากให้คนที่รักได้สบายขึ้น แม้ตนเองจะเหนื่อยจนแทบหมดแรงก็ตาม

         ALLWELL ขอร่วมเป็นอีกหนึ่งกำลังใจให้กับคุณยายสินและครอบครัว ด้วยการมอบรถเข็นวีลแชร์ เพื่อช่วยอำนวยความสะดวกในการใช้ชีวิตประจำวันของคุณตาบุรี และช่วยลดภาระในการดูแลของคุณยายสิน เราหวังว่าแรงสนับสนุนเล็ก ๆ นี้จะช่วยให้ครอบครัวที่ต่อสู้มาอย่างยากลำบาก ได้มีความอุ่นใจมากขึ้น และก้าวเดินต่อไปได้ด้วยความหวังว่า ในวันที่ชีวิตหนักหนา ยังมีผู้คนที่พร้อมยื่นมือให้กันเสมอ

วันที่ 8 กันยายน 2568 : น้องขวัญ

         น้องขวัญ เด็กหญิงวัย 17 ปี เติบโตมาในครอบครัวที่มีรายได้เพียงน้อยนิดจากอาชีพเก็บของเก่าขาย ชีวิตที่ยากลำบากอยู่แล้วกลับยิ่งหนักหนาขึ้น เมื่อผู้เป็นพ่อประสบอุบัติเหตุจนขาหักเดินไม่ได้ และคุณแม่เลือกหนีจากไป ทำให้น้องขวัญจึงต้องย้ายไปอยู่บ้านคุณย่า ซึ่งมีสมาชิกอาศัยอยู่ร่วมกันมากถึง 8 ชีวิตในพื้นที่จำกัด และเคราะห์ซ้ำยังมีทั้งคุณอาและคุณลุงที่ป่วยติดเตียงเดินไม่ได้ทั้งคู่ ทำให้อาสะใภ้ต้องกลายเป็นเสาหลักเพียงหนึ่งเดียวของบ้าน ออกไปรับจ้างหาเงินเลี้ยงดูทุกคน ส่วนหน้าที่ดูแลคนแก่และผู้ป่วยสามคนในบ้านจึงตกอยู่ที่น้องขวัญอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

         ภาระที่หนักเกินวัยของน้องขวัญ ไม่ได้มีเพียงงานดูแลร่างกายของผู้ป่วยเท่านั้น แต่ยังรวมถึงความเครียดสะสมที่เกิดขึ้นทุกวันจากอาการทางจิตเวชของผู้ป่วยในบ้าน จนเกิดการตะโกนเด่าทอเสียงดังเป็นประจำ น้องขวัญที่อยู่ท่ามกลางบรรยากาศกดดันเช่นนั้นจนกลายเป็นภาวะซึมเศร้า เด็กหญิงที่เคยมีความฝันและความสดใส เริ่มเก็บตัวเงียบ ไม่สุงสิงกับเพื่อนที่โรงเรียน และขาดเรียนบ่อยครั้ง โดยที่ไม่มีใครรู้ว่าเบื้องหลังคือภาระความรับผิดชอบที่หนักหน่วงจนเกินจะรับไว้ได้เพียงลำพัง

         ความขาดแคลนในบ้านรุนแรงถึงขั้นไม่มีเงินพอซื้ออาหารให้ทุกคนได้กินอิ่ม น้องขวัญจึงเลือกอด เพื่อให้คนแก่และคนป่วยที่ต้องรับประทานยาได้กินก่อนเสมอ จนในที่สุด เธอตัดสินใจมาขอลาออกจากโรงเรียนเพราะไม่มีเงิน และต้องอยู่ดูแลผู้ป่วยที่บ้าน กระทั่งครูยื่นมือเข้าช่วยเหลือมอบโอกาสทางการเรียนที่เอื้อต่อภาระของน้องขวัญและทุนการศึกษา และให้คำปรึกษาอย่างต่อเนื่อง จนทำให้น้องขวัญค่อย ๆ ฟื้นคืนกำลังใจและกลับมายืนได้อีกครั้ง

         ALLWELL ขอร่วมส่งต่อความห่วงใยและเป็นอีกหนึ่งกำลังใจให้กับน้องขวัญและครอบครัว ด้วยการมอบรถเข็นผู้ป่วยแบบล้อใหญ่ 1 คัน และรถเข็นแบบล้อเล็ก 1 คัน พร้อมทิชชู่เปียก เพื่อช่วยอำนวยความสะดวกในการดูแลผู้ป่วยและคนแก่ในบ้านหลายชีวิต ให้ปลอดภัยและเหมาะสมมากยิ่งขึ้น เราหวังอย่างยิ่งว่าแรงสนับสนุนเล็ก ๆ นี้ จะช่วยลดภาระของน้องขวัญให้เบาลง และทำให้เธอมีพลังที่จะเดินต่อไปอย่างเข้มแข็ง พร้อมความหวังว่า ชีวิตของเด็กคนหนึ่งที่เคยต้องแบกทุกอย่างไว้เพียงลำพัง จะได้มีโอกาสได้รับการดูแลและมีอนาคตที่งดงามเช่นเดียวกับเด็กคนอื่น ๆ ในวันหนึ่งข้างหน้า

วันที่ 9 กันยายน 2568 : ยายแอ๋ว

         คุณยายแอ๋ว อายุ 70 ปี ยังคงยืนหยัดทำมาหากินด้วยอาชีพซักรีดเล็ก ๆ เพื่อประคับประคองชีวิตอย่างเรียบง่าย โดยมีคุณจอย ลูกสาวเป็นกำลังสำคัญที่คอยทำงานหาเงินและดูแลแม่ในยามชรา ทว่าชีวิตกลับต้องเผชิญจุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ เมื่อคุณจอยตรวจพบมะเร็งที่ไตจนต้องตัดไตออกหนึ่งข้าง และต้องเข้ารับการฟอกไตวันเว้นวัน ส่งผลให้มีภาวะแทรกซ้อนตามมาอีกหลายโรค ไม่สามารถทำงานหนักได้ และถูกเลิกจ้างจากงานประจำ ทำให้ภาระทั้งหมดตกอยู่บนบ่าของคุณยายแอ๋ว ที่ต้องลุกขึ้นสู้ทั้งเพื่อเลี้ยงชีพและหาเงินรักษาลูกสาว ด้วยการรับซักรีดควบคู่กับการขี่รถซาเล้งออกตระเวนขายขนมครก

         แม้คุณจอยจะป่วยหนัก แต่ด้วยหัวใจที่เข้มแข็ง เธอยังพยายามช่วยคุณยายทำงานรับซักรีด และออกไปขายขนมครกด้วยกันในบางวัน ทว่าไม่นานร่างกายที่อ่อนแอจากการมีไตเพียงข้างเดียวและโรคเรื้อรังหลายอย่าง ก็ทำให้เธอไม่อาจฝืนทำงานหนักได้อีกต่อไป ต่อมาโรคเบาหวานยังเข้ามาซ้ำเติม จนทำให้คุณจอยสูญเสียการมองเห็นไปหนึ่งข้าง และจำเป็นต้องตัดนิ้วเท้าออกจากอุบัติเหตุที่เกิดขึ้น ยิ่งทำให้คุณยายแอ๋วต้องแบกรับความเหนื่อยยากเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว ทั้งทำงานหาเงินและดูแลลูกสาวที่เจ็บป่วยตลอดเวลา อีกทั้งตัวคุณยายเองยังล้มป่วยจากเส้นเลือดในสมองตีบ เกิดอาการชาครึ่งซีกจนเกือบใช้ชีวิตได้ไม่ปกติ และยังมีอาการปวดหัวเข่ารุนแรง ทำให้การเดินไม่คล่องเหมือนเดิม แต่ถึงอย่างนั้นคุณยายก็ยังไม่ยอมแพ้ ลุกขึ้นสู้ต่อไปอย่างไม่ย่อท้อ

         และเหตุการณ์ที่สะเทือนใจยิ่งกว่าครั้งใด คือวันที่คุณยายพบเด็กทารกข้างบ้านวัยเพียง 3 วัน ถูกทอดทิ้งไร้คนเหลียวแล ด้วยหัวใจของผู้หญิงที่เคยผ่านความเป็นเด็กกำพร้ามาก่อน คุณยายเข้าใจความรู้สึกของการไม่มีใคร จึงตัดสินใจรับเด็กชายมาเลี้ยงดูอีกหนึ่งชีวิต แม้ตนเองจะยากลำบากเพียงใดก็ตาม คุณยายยอมอดข้าว ยอมกินขนมครกที่ขายไม่หมดเพื่อประทังชีวิต และเก็บเงินทุกบาททุกสตางค์ไว้ให้ลูกสาวได้รักษาตัว เพื่อให้คนในครอบครัวยังมีลมหายใจและความหวังต่อไป

         ด้วยความห่วงใยในสุขภาพ ALLWELL ได้มอบเครื่องตรวจเบาหวานเพื่อช่วยเฝ้าระวังและดูแลโรคเบาหวานอย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งเครื่องวัดความดันโลหิต และอุปกรณ์ซัปพอร์ตสำหรับพยุงและประคองร่างกายบริเวณเข่า หลัง ข้อมือ และข้อศอก เพื่อช่วยให้คุณยายสามารถขยับร่างกายได้มั่นคงขึ้น ลดความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บ และใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างปลอดภัยมากยิ่งขึ้น ท่ามกลางความเหน็ดเหนื่อยของชีวิต คุณยายแอ๋วยังคงเป็นภาพแทนของความเข้มแข็ง ความเสียสละ และความรักที่ยิ่งใหญ่ ที่แม้ร่างกายจะอ่อนแรงเพียงใด แต่หัวใจยังคงไม่ยอมแพ้ต่อความทุกข์ยากเลยแม้แต่น้อย

วันที่ 29 กันยายน 2568 : น้องต้นกล้า

         น้องต้นกล้า ต้องเผชิญกับมรสุมชีวิตตั้งแต่เพิ่งเริ่มจำความได้ จากปัญหาที่พ่อติดสุราจนกลายเป็นทำร้ายทุกคนในครอบครัว ทำให้แม่จำเป็นต้องหอบน้องต้นกล้าและพี่สาวหลบหนีออกมาเพื่อเอาชีวิตรอด ไปอาศัยอยู่กับคุณยาย และช่วยกันเดินขายขนมไทยเล็ก ๆ น้อย ๆ เพื่อประคับประคองชีวิตให้ผ่านไปในแต่ละวัน ทว่าเมื่อคุณยายล้มป่วยจนไม่สามารถออกไปขายของได้อีก ภาระทั้งหมดจึงตกอยู่ที่แม่ของน้องต้นกล้าเพียงลำพัง เธอต้องทำงานสารพัด ทั้งขายขนม เป็นกรรมกรก่อสร้าง และรับจ้างล้างจาน เพื่อแลกกับรายได้เล็กน้อยในการดูแลครอบครัวทั้งบ้าน

         ด้วยไม่อยากเห็นแม่ต้องลำบากคนเดียว น้องต้นกล้าจึงอาสาไปช่วยงานที่ไซต์ก่อสร้าง และช่วยล้างจานทั้งที่ยังเป็นเด็ก ความทุกข์ยากกลับถาโถมมากขึ้นเมื่อแม่ถูกโกงค่าแรง ขายของก็ไม่ได้กำไร ซ้ำคุณยายมีอาการป่วยหนักจนทำให้ครอบครัวทั้ง 4 ชีวิตต้องเผชิญความจนอย่างที่สุด และท้ายที่สุดก็ถูกไล่ออกจากบ้านเช่า จนต้องไปอาศัยบ้านคนอื่นนอน ส่วนแม่ต้องทำงานหนักขึ้น เพื่อเริ่มมาลงทุนด้วยการทำรถเข็นขายข้าวเหนียวหมูปิ้ง แต่แล้วเคราะห์ซ้ำกรรมซัด คุณยายประสบอุบัติเหตุระหว่างไปรับหลานที่โรงเรียนจนขาหัก ต้องดามขาและเดินแทบไม่ไหว ทำให้ครอบครัวต้องกลับมาลำบากหนักอีกครั้ง

         ท่ามกลางความสิ้นหวัง น้องต้นกล้าอาสาออกไปเร่ขายข้าวเหนียวหมูปิ้งตามสี่แยก เพื่อหวังหาเงินมาซื้อข้าวประทังชีวิต และช่วยผ่อนค่าเช่าบ้านให้ครอบครัว แม้จะเป็นพื้นที่อันตรายและเต็มไปด้วยความเสี่ยง แต่หัวใจของเด็กชายคนนี้กลับไม่เคยยอมแพ้ เขายังคงเชื่อว่าความพยายามของตัวเองจะช่วยให้คนที่รักได้มีชีวิตที่ดีขึ้นแม้เพียงเล็กน้อย

         ALLWELL ขอร่วมเป็นอีกหนึ่งกำลังใจ ด้วยการมอบเครื่องวัดความดันโลหิต สำหรับดูแลสุขภาพเบื้องต้น และอุปกรณ์ซัปพอร์ตพยุงร่างกายบริเวณเข่าและหลัง เพื่อช่วยให้คุณยายสามารถเคลื่อนไหวได้มั่นคง ลดอาการเจ็บปวดจากการใช้งานร่างกาย พร้อมทั้งมอบทิชชู่เปียกออร์แกนิกสำหรับดูแลความสะอาดในบ้าน เพื่อให้ทั้งครอบครัวมีสุขอนามัยที่ดี และยังพอมีแรงก้าวต่อไปในวันข้างหน้า

วันที่ 30 กันยายน 2568 : คุณโบว์

         คุณโบว์เติบโตมาในครอบครัวที่ยากจนตั้งแต่ลืมตาดูโลก คุณโบว์ต้องช่วยแม่ทำขนมอยู่ที่บ้านตั้งแต่เล็ก ๆ และมีพี่ชายคอยออกไปช่วยแม่เดินเร่ขายเสมอ เวลาผ่านไป พี่ชายกลายเป็นเสาหลักของบ้าน ยอมทำทุกอย่างเพื่อให้ครอบครัวอยู่รอด แม้กระทั่งไปเป็นคนงานก่อสร้างตั้งแต่ยังเป็นเด็ก ส่วนคุณโบว์ก็อยู่ช่วยแม่ทำงาน และดูแลน้อง ๆ ด้วยหัวใจกระทั่งตัดสินใจลาออกจากโรงเรียนตั้งแต่ชั้น ป.6 เพราะไม่อาจทนเห็นแม่ต้องเหนื่อยลำพังได้อีกต่อไป เลือกออกมาทำงานเพื่อช่วยหารายได้เลี้ยงครอบครัว และเพื่อให้โอกาสน้อง ๆ ได้มีอนาคตจากการเรียนหนังสือต่อไป

         พี่ชายที่เป็นรายได้หลักของบ้าน ทำงานกลางวัน และส่งตัวเองเรียนภาคค่ำด้วยความหวังว่าจะเรียนจบเพื่อยกระดับชีวิตของทุกคนในครอบครัว ความพยายามเกือบไปถึงฝั่งฝัน เมื่อเหลือเวลาอีกเพียงสามเดือนจะเรียนจบมหาวิทยาลัย พี่ชายกลับประสบอุบัติเหตุรถชนอย่างรุนแรง จนกระดูกคอหักและมีเลือดคั่งในสมอง แม้จะรอดชีวิตมาได้ แต่ต้องกลายเป็นผู้ป่วยติดเตียง เดินไม่ได้ตลอดชีวิต แม่จำเป็นต้องนำเงินเก็บทั้งหมดที่มีไปรักษาลูกชายจนหมดสิ้น กลายเป็นจุดเริ่มต้นของภาระที่หนักเกินกำลังของครอบครัวอีกครั้ง

         คุณโบว์ต้องสลับกับแม่ในการดูแลพี่ชายอย่างใกล้ชิด ตั้งแต่การขับถ่าย อาบน้ำ ไปจนถึงทุกกิจวัตรในชีวิตประจำวัน แต่ความหนักของการอุ้มพี่ชายเพื่ออาบน้ำกลับทำให้คุณโบว์เกิดภาวะกระดูกสันหลังทับเส้นประสาท ทว่าเธอกลับเลือกไม่รักษา เพราะอยากประหยัดเงินไว้สำหรับครอบครัว ตนเองจึงจำเป็นต้องหยุดทำงาน รายได้ของบ้านหายไปอีกทางหนึ่ง สุดท้ายคุณโบว์ต้องฝืนร่างกายออกไปรับจ้าง ทั้งที่เจ็บปวด เครียดสะสม พักผ่อนน้อย และการแบกรับความทุกข์ไว้คนเดียว ทำให้เธอกลายเป็นโรคเส้นเลือดในสมองตีบซ้ำเติมเข้ามาอีกโรค

         และในวันที่ครอบครัวแทบไม่เหลือแรงจะยืนไหว แม่ผู้ที่ทำงานหนักไม่แพ้กันก็ตรวจพบว่าเป็นไตวายระยะสุดท้าย อีกทั้งยังเป็นโรคเบาหวานและความดันสูง จนดวงตาเริ่มมองไม่เห็น แต่กลับไม่มีเงินรักษา น้อง ๆ ต้องช่วยกันออกไปหารายได้เพื่อประคองครอบครัวอีกทาง บ้านกำลังจะถูกยึด อุปกรณ์สำคัญที่สุดของพี่ชายอย่างเตียงผู้ป่วยก็ชำรุดใช้งานไม่ได้ แม้แต่เงินสำหรับซื้อข้าวในแต่ละวันยังไม่เพียงพอ คุณโบว์จึงต้องยอมอด เพื่อให้คนอื่นในบ้านได้กิน ยอมฝืนเจ็บ ยอมลำบาก และยอมแบกรับทุกอย่างไว้คนเดียว เพื่อให้ครอบครัวได้มีชีวิตรอดต่อไปอีกวัน

        ALLWELL เห็นถึงความทุกข์ยากของครอบครัวนี้ จึงขอเป็นส่วนหนึ่งของกำลังใจ มอบเตียงผู้ป่วยปรับไฟฟ้า พร้อมที่นอนป้องกันแผลกดทับประสิทธิภาพสูงจากประเทศอังกฤษ ซึ่งออกแบบมาเพื่อผู้ป่วยติดเตียงโดยเฉพาะ เพื่อช่วยลดความเสี่ยงจากแผลกดทับและเพิ่มความสะดวกในการดูแลอย่างปลอดภัย นอกจากนี้ยังมอบเครื่องวัดความดัน เครื่องวัดน้ำตาล และทิชชู่เปียกออร์แกนิก เพื่อช่วยให้ครอบครัวสามารถดูแลสุขภาพได้อย่างใกล้ชิด และมีสุขอนามัยที่ดีขึ้นในทุกวัน 

วันที่ 20 ตุลาคม 2568 : น้องฟลุ๊ค

         น้องฟลุ๊ค เด็กชายที่ถูกพ่อแม่ทิ้ง เติบโตมากับคุณตาคุณยายท่ามกลางความยากจนตั้งแต่จำความได้ เขาเริ่มออกไปเก็บของป่าขายตั้งแต่อายุเพียง 9 ขวบ ต่อมา คุณตาซึ่งเป็นเสาหลักเพียงคนเดียวของบ้าน กลับประสบอุบัติเหตุล้มจนสะโพกหัก ต้องเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลอย่างต่อเนื่อง น้องฟลุ๊คในวัยเพียง 10 ขวบจำเป็นต้องหยุดเรียน ชีวิตในแต่ละวันต้องเดินทางไปกลับระหว่างบ้านและโรงพยาบาล เพื่อดูแลคุณตา พร้อมกับต้องกลับมาดูแลคุณยายที่อยู่บ้านอีกคนหนึ่ง ภาระทั้งหมดหนักเกินกว่าจะเป็นของเด็กวัยนี้ได้ ความเครียด ความกลัว และความเหนื่อยล้าถาโถมจนเขาต้องแอบร้องไห้คนเดียวทุกคืน

         เมื่อคุณตากลับมาพักฟื้นที่บ้าน คุณตาไม่ยอมให้น้องฟลุ๊คต้องมาดูแลมากนัก พยายามให้หลานไปเรียนหนังสือและพักผ่อน ทว่าช่วงเวลาที่ไม่มีคนดูแลอย่างใกล้ชิด คุณตาต้องกายภาพด้วยตัวเองจนเกิดอุบัติเหตุสะโพกหักซ้ำที่เดิมอีกครั้ง คราวนี้ร่างกายไม่เหลือหนทางฟื้นตัว จนต้องกลายเป็นผู้ป่วยติดเตียงในที่สุด น้องฟลุ๊คจึงต้องรับภาระดูแลคนป่วยถึงสองคน ทั้งคุณตาและคุณยาย โดยไม่มีรายได้ ไม่มีผู้ช่วย และไม่มีพื้นที่ให้ตัวเองได้พักใจ ความเครียดและความกดดันสะสมจนกลายเป็นโรคซึมเศร้า และเคยคิดอยากจบชีวิตตัวเองเพื่อหนีความเจ็บปวดทั้งหมด

        ไม่นานหลังจากนั้น คุณตาก็จากไป เหลือเพียงคุณยายที่ป่วยเป็นอัมพฤกษ์ และน้องฟลุ๊คที่ต้องสู้ต่อเพียงลำพัง เขาเดินทางเข้าไปทำงานรับจ้างที่กรุงเทพฯ เพื่อหาเงินกลับมาดูแลคุณยาย และเมื่อกลับบ้านในแต่ละครั้ง เขายังไม่เคยหยุดคิดหาวิธีเพิ่มรายได้ เขาหิ้วโดนัทมาขายที่บ้าน ทำหมี่ไก่ฉีกและน้ำพริกกากหมูขายเพิ่ม แม้ไม่มีเงินซื้ออุปกรณ์ เขาก็ไปขอยืมจากวัดมาใช้ โดยไม่เคยรู้สึกอายที่จะเริ่มต้นจากศูนย์ น้องฟลุ๊คได้ถ่ายคลิปลงโซเชียลเพื่อระบายความในใจ เหมือนการพูดคุยกับตัวเองให้ผ่านแต่ละวันไป จนกลายเป็นที่รู้จักและได้รับกำลังใจจากผู้คนในโลกออนไลน์อย่างล้นหลาม เป็นแรงผลักดันให้เด็กชายคนนี้เดินหน้าต่อไปได้อย่างมีความหวัง

         ด้วยความห่วงใยต่อสุขภาพและความเป็นอยู่ของน้องฟลุ๊คและคุณยาย ALLWELL ขอร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือ ด้วยการมอบรถเข็นผู้ป่วยวีลแชร์ เพื่อช่วยให้คุณยายเคลื่อนไหวได้สะดวกและปลอดภัยยิ่งขึ้น พร้อมทั้งเครื่องวัดความดัน เครื่องวัดน้ำตาล และทิชชู่เปียกออร์แกนิก เพื่อสนับสนุนให้การดูแลสุขภาพเป็นไปอย่างใกล้ชิดและมีคุณภาพมากขึ้น เพราะเราเชื่อว่า แม้ชีวิตจะพาใครบางคนไปเผชิญความยากลำบากเพียงใด แต่หากยังมีคนเห็นคุณค่าและส่งต่อกำลังใจ ความหวังจะยังคงอยู่เสมอ

วันที่ 2 พฤศจิกายน 2568 : น้องชมพู่

         น้องชมพู่ ถูกคนเป็นพ่อทอดทิ้งไปตั้งแต่อายุเพียง 5 เดือน และเติบโตอยู่กับแม่ได้จนถึงวัย 9 ขวบ ก่อนที่ชีวิตจะเผชิญเหตุการณ์พลิกผันอีกครั้งเมื่อคุณแม่ต้องติดคุก ทำให้น้องชมพู่จำเป็นต้องย้ายมาอาศัยอยู่กับน้าและคุณยาย แม้ครอบครัวจะอยู่ในภาวะยากจน แต่สิ่งที่น้องชมพู่ได้รับอย่างเต็มหัวใจคือความรัก ความอบอุ่น และการดูแลอย่างดีที่สุดจากน้าและยาย

         น้องชมพู่ช่วยคุณยายทำขนมไทยขายมาตั้งแต่ยังเล็ก โดยมีน้าเป็นเสาหลักที่ดิ้นรนหาทางเลี้ยงดูคนในบ้านถึง 9 ชีวิตน้องชมพู่เองก็ไม่เคยเป็นเพียงเด็กที่รอความช่วยเหลือ แต่เธอยังช่วยเลี้ยงน้อง ดูแลงานบ้าน ช่วยทุกหน้าที่ที่พอทำได้ และยังปั่นจักรยานออกไปขายของเพื่อหาเงินอีกทางหนึ่ง เมื่อร้านก๋วยเตี๋ยวธุรกิจของน้าขายไม่ดี น้องชมพู่จึงริเริ่มช่วยเปิดร้านขายยำด้วยตัวเอง กลายเป็นแม่ค้าอารมณ์ดีที่ทั้งยิ้มแย้ม พูดเก่ง และมีเสน่ห์จากความจริงใจ ขายของไปด้วยร้องเพลงไปด้วยจนลูกค้าต่างเอ็นดูและมักให้ทิปอยู่บ่อยครั้ง นอกจากนี้ เธอยังมีพรสวรรค์ด้านการร้องเพลงจนโรงเรียนส่งประกวดและสามารถคว้ารางวัลชนะเลิศระดับจังหวัด

         แต่แล้วครอบครัวต้องเผชิญวิกฤตครั้งใหญ่ เมื่อน้าที่เป็นเสาหลักของบ้านเกิดติดหนี้นอกระบบจนหมดตัว และถูกทวงหนี้ถึงหน้าบ้านแทบทุกวัน จนจำเป็นต้องปิดร้านก๋วยเตี๋ยวและหันมาเก็บขยะขายร่วมกันเพื่อประคองชีวิต ทว่าแม้จะพยายามมากเพียงใด รายได้ก็ยังไม่เพียงพอ น้าจึงต้องตัดสินใจจากบ้านไปทำงานต่างจังหวัด ทิ้งให้บ้านเหลือเพียงเด็กและผู้สูงวัย น้องชมพู่จึงกลายเป็นกำลังหลักของครอบครัวในทันที เธอต้องนอนตีหนึ่ง ตื่นตีห้า เพื่อช่วยคุณยายทำขนมและออกไปขายทุกวัน ทั้งที่ยังเป็นเพียงเด็กคนหนึ่ง แต่กลับต้องใช้ความเข้มแข็งเกินวัยเพื่อดูแลให้ทุกชีวิตในบ้านยังอยู่รอด

         ALLWELL ขอร่วมส่งต่อกำลังใจ ด้วยการมอบรถเข็นวีลแชร์ให้คุณยาย เพื่อช่วยให้การเคลื่อนไหวสะดวกและปลอดภัยยิ่งขึ้น พร้อมทั้งเครื่องวัดความดันโลหิต เพื่อให้ครอบครัวสามารถดูแลสุขภาพของผู้สูงอายุได้อย่างใกล้ชิดและต่อเนื่อง เพราะเราเชื่อว่า เบื้องหลังความเข้มแข็งของเด็กคนหนึ่งและครอบครัวที่ไม่ยอมแพ้ ควรได้รับโอกาสและแรงสนับสนุน เพื่อให้พวกเขายังมีพลังเดินต่อไปในวันข้างหน้าอย่างมั่นคงและมีความหวังมากขึ้น

วันที่ 10 พฤศจิกายน 2568 : ยายหนิง

         คุณยายหนิง เกิดมาในครอบครัวที่ยากจน มีลูกสาวที่เป็นดั่งดวงใจ คุณยายยอมทำงานหนักทุกอย่างเพื่อหาเงินส่งลูกเรียน เพราะเชื่อว่าการศึกษาเป็นประตูที่จะพาลูกหลุดพ้นจากความลำบาก ทว่าโชคชะตากลับพลิกผัน เมื่อลูกสาวเกิดตั้งครรภ์โดยไม่พร้อม และหลานที่เกิดมาก็มีอาการตาพร่ามัวและภาวะหัวใจรั่วตั้งแต่กำเนิด จนต้องเข้ารับการผ่าตัดถึง 3 ครั้ง ขณะเดียวกันสามีของคุณยายก็ป่วยเป็นโรคไต ทำให้รายได้ของครอบครัวยิ่งหดหายลงอย่างน่าใจหาย ลูกสาวจึงตัดสินใจฝากหลานไว้กับคุณยายหนิง เพื่อเดินทางไปทำงานต่างจังหวัดเพื่อหาเงินส่งกลับมาดูแลค่ารักษาและประคองชีวิตของครอบครัวให้เดินต่อไปได้

         แม้ภาระจะหนักหนาเพียงใด คุณยายหนิงยังคงกัดฟันทำงาน เก็บเงินจนสามารถสร้างที่อยู่อาศัยเล็ก ๆ เป็นของตนเองได้ แต่ความยากจนก็กลับมาอีกครั้ง จนสุดท้ายเธอต้องจำใจขายบ้านหลังนั้นเพื่อประทังชีวิต และแม้แต่บ้านเช่าก็ยังไม่มีเงินจ่าย จนถึงขั้นต้องกู้เงินเพื่อซื้อข้าวสารมาหุงกินในแต่ละวัน รายได้ทั้งหมดที่หามา ไม่เพียงพอต่อค่ารักษาหลานและสามีที่เจ็บป่วย คุณยายหนิงเครียดหนักถึงขั้นเคยคิดอยากจบชีวิตตัวเอง แต่เมื่อได้มองหน้าหลานและสามีที่ยังต้องพึ่งพา เธอกลับเลือกจะลุกขึ้นสู้ต่ออีกครั้ง เพราะเธอรู้ว่าหากเธอล้มลง ทุกชีวิตที่เหลืออยู่จะไม่มีใครให้ยึดเหนี่ยวอีกแล้ว

         แต่ความเจ็บปวดก็ยังไม่จบลงเพียงเท่านั้น เพราะลูกสาวที่เป็นกำลังสำคัญในการหาเงินส่งกลับบ้าน กลับตรวจพบว่าป่วยเป็นมะเร็งปอด ทว่าเธอไม่ต้องการกลับมาเป็นภาระให้แม่ ยอมฝืนร่างกายทำงานต่อไปทั้งที่เจ็บป่วย เพื่อให้ครอบครัวมีเงินพอประคองชีวิตต่อได้อีกวัน เรื่องราวของคุณยายหนิงจึงไม่ใช่เพียงภาพของความลำบาก แต่คือภาพของหัวใจที่ยิ่งใหญ่ของผู้หญิงคนหนึ่งที่ยอมแบกทุกอย่างไว้เพียงลำพัง เพื่อให้คนที่รักได้มีโอกาสมีชีวิตอยู่ต่อไป

          ALLWELL ขอร่วมเป็นอีกหนึ่งกำลังใจ ด้วยการมอบเครื่องวัดความดัน เครื่องวัดน้ำตาล เพื่อช่วยให้สามารถเฝ้าระวังสุขภาพได้อย่างใกล้ชิดและต่อเนื่อง พร้อมทั้งทิชชู่เปียกออร์แกนิกสำหรับดูแลความสะอาดในทุกวัน เพื่อให้คุณยายและคนในบ้านได้รับการดูแลที่เหมาะสมมากขึ้น เพราะเราเชื่อว่า แม้ชีวิตจะหนักหนาเพียงใด แต่เมื่อยังมีหัวใจที่ไม่ยอมแพ้ และยังมีคนพร้อมส่งต่อกำลังใจ ความหวังจะยังคงอยู่เสมอ

วันที่ 17 พฤศจิกายน 2568 : คุณตาบุญรวม

         คุณตาบุญรวม อายุ 84 ปี อดีตทหารผ่านศึกผู้เคยอุทิศชีวิตให้ชาติ ในสงครามเวียดนาม และสงครามลาว ทำหน้าที่อย่างอดทนในพื้นที่อันตรายต่อเนื่องนานกว่า 8 ปี เมื่อสงครามจบลง ชีวิตของคุณตาก็ได้พบกับรักแท้ “ยายสายพิณ” และครองชีวิตคู่กันมาอย่างมั่นคงยาวนานกว่า 50 ปี และได้รับความไว้วางใจจากคนในชุมชนให้เป็นผู้ใหญ่บ้าน ดูแลทุกข์สุขของคนในหมู่บ้านอย่างยาวนานกว่า 18 ปี ชีวิตของคุณตาดูเหมือนจะผ่านบทพิสูจน์ใหญ่มาแล้ว แต่กลับต้องพบกับความเจ็บปวดเมื่อลูก นำหลานชายมาฝากให้ทั้งสองเลี้ยงดูตั้งแต่ยังเล็ก ชีวิตของคุณตาและยายสายพิณเริ่มลำบากมากขึ้น ทั้งต้องทำงานถางไร่ หาเงินส่งหลานเรียน และประคองครอบครัวด้วยกำลังของคนชรา

         จนกระทั่งยายสายพิณล้มป่วยด้วยโรคเส้นเลือดในสมองตีบ และกลายเป็นผู้ป่วยติดเตียง ภาระการดูแลกลับยิ่งหนักเมื่อหลานชายถึงเวลาต้องไปเกณฑ์ทหาร เหลือเพียงคุณตาบุญรวมที่ต้องดูแลภรรยาที่รักตามลำพังในทุกกิจวัตร ตั้งแต่การพลิกตัว เช็ดตัว ไปจนถึงการประคองชีวิตให้ผ่านไปในแต่ละวัน แม้ร่างกายจะโรยรา แต่หัวใจของคุณตายังไม่เคยยอมแพ้ เพราะนี่คือคนที่เขารักและร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมากว่าครึ่งศตวรรษ

         ท่ามกลางความเหนื่อยล้าและความเงียบงันของบ้านหลังเล็ก หลานชายได้เกิดไอเดียนำชีวิตทหารผ่านศึกของคุณตาบุญรวมมาเล่าเป็นเรื่องราวผ่านคลิปใน TikTok จนกลายเป็นไวรัลที่ผู้คนต่างชื่นชมและให้กำลังใจ คุณตากลายเป็น Tiktoker รีวิวสินค้าอย่างน่ารักและอบอุ่น จนสามารถสร้างรายได้เลี้ยงชีพและช่วยดูแลภรรยาต่อไปได้ในปัจจุบัน เป็นบทพิสูจน์ว่าแม้ชีวิตจะผ่านสนามรบมาแล้ว แต่การต่อสู้เพื่อคนที่รักยังคงเป็นสงครามที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในหัวใจของผู้ชายคนนี้

         ด้วยความเคารพในความเสียสละ ALLWELL ขอร่วมปันสุขด้วยการมอบเตียงผู้ป่วยปรับไฟฟ้า พร้อมที่นอนป้องกันแผลกดทับประสิทธิภาพสูงจากประเทศอังกฤษ ซึ่งออกแบบมาเพื่อผู้ป่วยติดเตียงโดยเฉพาะ ให้แก่คุณยายสายพิณให้มีความสะดวกและปลอดภัยมากขึ้น นอกจากนี้ยังมอบรถเข็นวีลแชร์แบบล้อเล็กจำนวน 1 คัน และแบบล้อใหญ่จำนวน 1 คัน เพื่อช่วยให้การเคลื่อนย้ายคุฯายายอย่างเหมาะสมกับการใช้งานในแต่ละสถานการณ์

วันที่ 24 พฤศจิกายน 2568 : คุณต้น

         คุณต้นเติบโตมาในครอบครัวที่ยากลำบาก ตั้งแต่ยังเด็กคุณต้นจึงต้องทำงานหาเงินส่งตัวเองเรียนมาตลอด แต่แล้วคุณต้นกลับประสบอุบัติเหตุมอเตอร์ไซค์คว่ำจนกระดูกสันหลังทับเส้นประสาทไขสันหลัง ส่งผลให้ไม่สามารถเดินได้ตลอดชีวิต จากคนที่เคยต่อสู้เพื่อความฝัน กลับต้องกลายเป็นผู้ที่ต้องพึ่งพาการดูแล และทำให้แม่ในวัยชราจำเป็นต้องมารับภาระดูแลลูกชายอย่างใกล้ชิด ยิ่งไปกว่านั้น แม่ยังตรวจพบว่าตนเองป่วยเป็นโรคหัวใจโต ทำให้คุณต้นรู้สึกผิดและเจ็บปวดในใจอย่างที่สุด เขามองตัวเองเป็นภาระ เป็นเหตุให้แม่ต้องเหนื่อยมากขึ้น จนเกิดความท้อแท้สิ้นหวังและเคยคิดว่าไม่อยากมีชีวิตอยู่ต่อ

         แต่ท่ามกลางความมืดมน คุณต้นกลับได้แรงบันดาลใจจากรายการโทรทัศน์ที่นำเสนอเรื่องราวของผู้พิการสู้ชีวิต เขาตัดสินใจลุกขึ้นสู้เพื่อแม่ หันมาฝึกฝนดูแลตัวเองอย่างจริงจัง เริ่มตั้งแต่การช่วยเหลือตัวเองในกิจวัตรประจำวัน และพาตัวเองเข้าสู่ศูนย์ฟื้นฟูเพื่อฝึกอาชีพ เรียนรู้ด้านอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์ พร้อมกับฝึกยิงธนูจนกลายเป็นนักกีฬายิงธนูระดับจังหวัด และเขายังได้พบรักแท้ แม้จะเดินไม่ได้ และได้สร้างครอบครัวร่วมกัน แม้ภรรยาจะมีลูกติด คุณต้นก็ยอมรับและดูแลเด็ก ๆ เหมือนลูกของตนเอง เขายอมทำงานหาเงินด้วยการเป็นเด็กปั๊มน้ำมันทั้งที่ต้องนั่งบนวีลแชร์ เพื่อส่งเสียให้ลูกทั้งสองคนเรียนจบได้สำเร็จ

         คุณต้นก็ไม่เคยหยุดพัฒนา เขาหมั่นเรียนรู้ด้วยตนเอง รับเลี่ยมพระ ซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้า และใช้รถสามล้อดัดแปลงสำหรับวีลแชร์เพื่อรับส่งสินค้าถึงบ้าน แต่ถึงจะทำหลายอย่างเพียงใด รายได้ก็ยังไม่เพียงพอต่อค่ารักษาและค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน ปัจจุบันครอบครัวของคุณต้นต้องอาศัยอยู่ในห้องแคบ ๆ ภายในปั๊มน้ำมัน อีกทั้งคุณต้นยังต้องเผชิญกับปัญหาสุขภาพหลายด้าน เขาป่วยเป็นแผลกดทับจากการนั่งทำงานและนั่งวีลแชร์เป็นเวลานาน มีนิ่วในกระเพาะปัสสาวะ และป่วยเป็นโรคเบาหวานกับความดัน ขณะที่แม่ของเขาซึ่งเป็นดวงใจ ก็ป่วยเป็นไตวายระยะที่ 4 ทำให้ทุกวันของครอบครัวนี้เต็มไปด้วยความเหนื่อยยากทั้งกายและใจ

          ALLWELL ขอร่วมสนับสนุนและเป็นกำลังใจ ด้วยการมอบรถเข็นวีลแชร์ พร้อมเบาะรองนั่งป้องกันแผลกดทับประสิทธิภาพสูงจากประเทศอังกฤษ เพื่อบรรเทาอาการเจ็บปวดและลดความเสี่ยงจากการนั่งทำงานหรือใช้งานวีลแชร์เป็นเวลานาน นอกจากนี้ยังมอบรถเข็นช่วยเดิน Walk-A เพื่อช่วยประคองและดูแลทุกก้าวเดินของคุณแม่ที่คุณต้นรักยิ่ง ให้สามารถเคลื่อนไหวได้มั่นคงและปลอดภัยมากขึ้น พร้อมทั้งมอบทิชชู่เปียกออร์แกนิกเพื่อดูแลความสะอาดในชีวิตประจำวัน

วันที่ 25 พฤศจิกายน 2568 : น้องดีจัง

         น้องดีจัง เด็กหญิงวัยเพียง 9 ขวบ ต้องเติบโตท่ามกลางความยากลำบากและความเจ็บปวดตั้งแต่ยังเล็ก เมื่อคุณแม่ตรวจพบมะเร็งลำไส้ระยะที่ 3 ตั้งแต่น้องดีจังอายุได้เพียง 2 ขวบ แม่จำเป็นต้องแยกตัวจากลูกเพื่อเข้ารับการรักษายาวนานกว่า 5 ปี และต้องต่อสู้กับโรคร้ายจนหมดตัว กว่าจะกลับมาอยู่กับลูกได้อีกครั้ง ชีวิตของแม่และน้องดีจังจึงเริ่มต้นใหม่บนความเปราะบางและหนี้สินที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ แม่ตัดสินใจกู้เงินมาลงทุนขายขนมไทยเพื่อหาเลี้ยงชีพ และน้องดีจังก็เริ่มช่วยงานแม่ตั้งแต่อายุเพียง 7 ขวบ ทั้งที่วัยของเธอควรเป็นช่วงเวลาแห่งการเรียนรู้และการได้ใช้ชีวิตอย่างเด็กคนหนึ่ง

         แม่และน้องดีจังต้องใช้มอเตอร์ไซค์ลากรถเข็นไปขายขนมที่ตลาดซึ่งอยู่ห่างจากบ้านถึง 15 กิโลเมตร ต้องนั่งขายตั้งแต่เวลา 6 โมงเย็นจนถึง 5 ทุ่มแทบทุกวัน ในวันที่ขายไม่ดีแม่ลูกต้องอดข้าว และต้องไปขอร้านข้าง ๆ ให้เสิร์ฟก๋วยเตี๋ยวเพื่อแลกกับการประทังชีวิตให้ผ่านไปได้อีกวัน

         เมื่อเห็นว่าขนมที่ร้านขายไม่ดี น้องดีจังก็ไม่ยอมปล่อยให้แม่ต้องสู้เพียงลำพัง เธอเลือกแบกขนมไปเดินเร่ขายด้วยตัวเองเพื่อช่วยหาเงินมาจ่ายหนี้รายวัน แม้รายได้จะน้อย แต่ทุกบาทคือความหวังของบ้านหลังเล็ก ๆ แห่งนี้ ในวันที่แม่ปวดท้องหนักจนแทบลุกไม่ไหว น้องดีจังต้องไปขายขนมเพียงลำพังจนถึง 5 ทุ่ม ทั้งที่ยังเป็นเด็กตัวเล็ก ๆ ที่ควรได้อยู่บ้านอย่างปลอดภัย แม้ครั้งหนึ่งจะประสบอุบัติเหตุจนแขนหัก แต่น้องดีจังก็ยังไม่ถอย ยังคงเดินหน้าทำงานด้วยหัวใจที่เข้มแข็งเกินวัย

         ALLWELL ขอร่วมเป็นกำลังใจและสนับสนุนด้วยการมอบเครื่องนวดไฟฟ้าเกรดเครื่องมือแพทย์ พร้อมฟังก์ชันประคบอุ่น เพื่อช่วยบรรเทาอาการปวดเมื่อย เหนื่อยล้า และดูแลกล้ามเนื้อที่ใช้งานหนักในทุกวัน สามารถใช้งานได้ทั่วร่างกาย อีกทั้งยังมอบเครื่องวัดความดันโลหิต เพื่อช่วยดูแลสุขภาพและเฝ้าระวังร่างกายของคุณแม่อย่างใกล้ชิด เพราะเราเชื่อว่าแม้ชีวิตจะโหดร้ายเพียงใด แต่ความรักของแม่และความเข้มแข็งของเด็กหญิงตัวเล็ก ๆ คนนี้ คือสิ่งที่ควรได้รับการดูแลและเติมพลัง เพื่อให้พวกเขามีแรงเดินต่อไปบนเส้นทางที่ถึงแม้จะไม่ง่าย แต่ยังเต็มไปด้วยความหวังเสมอ

วันที่ 2 ธันวาคม 2568 : ย่าจุก

         คุณย่าจุกคือผู้หญิงธรรมดาคนหนึ่งที่เคยมีชีวิตเรียบง่าย เปิดร้านขายอาหารเล็ก ๆ เพื่อเลี้ยงดูครอบครัว โดยมีลูกชายสองคนเป็นแรงใจสำคัญ แต่แล้วความสุขที่เคยมีต้องพังทลายลง เมื่อลูกชายคนโตที่เป็นเสาหลักของบ้าน ประสบอุบัติเหตุรถชนจนเสียชีวิต ทิ้งไว้เพียงหลานเล็ก ๆ สองคนที่ยังไร้เดียงสา และลูกสะใภ้เลือกเดินจากไป ปล่อยให้คุณย่าจุกต้องรับหน้าที่เลี้ยงหลานแทนโดยไม่มีโอกาสปฏิเสธ

         เคราะห์กรรมกลับไม่หยุดเพียงเท่านั้น เพราะไม่นานนัก ความสูญเสียครั้งที่สองก็เกิดขึ้นซ้ำรอยเดิม เมื่อลูกชายคนเล็กต้องจบชีวิตจากไป เนื่องจากปัญหาภายในครอบครัวของเขาเอง และหลังจากนั้นลูกสะใภ้ก็ทอดทิ้งลูก ๆ ไปเช่นกัน ทำให้คุณย่าจุกต้องรับหลานมาเลี้ยงเพิ่มอีกสองคน กลายเป็นภาระที่หนักหนาขึ้นทุกวัน ไม่เพียงแค่หลานแท้ ๆ เท่านั้น ชะตาชีวิตยังพาให้คุณย่าจุกพบกับลูกน้องคนหนึ่งในร้านอาหารที่ตั้งครรภ์โดยไม่พร้อม และไม่มีเงินหรือกำลังจะเลี้ยงดูเด็กที่เกิดมา คุณย่าจุกจึงตัดสินใจรับเด็กคนนั้นมาเลี้ยงเป็นลูกบุญธรรม เพราะไม่อาจทนทอดทิ้งเด็กที่ไร้เดียงสาได้

         ย่าจุกกลายเป็นผู้หญิงที่ต้องเลี้ยงดูเด็กไร้พ่อแม่ถึง 5 ชีวิต รวมทั้งต้องดูแลแม่ของตนเองที่แก่เฒ่าและช่วยเหลือตัวเองไม่ได้อีกด้วย แม้จะทำงานหนักเพียงใด รายได้จากร้านอาหารก็ไม่เพียงพอสำหรับค่าใช้จ่ายทั้งหมด คุณย่าจุกจึงจำเป็นต้องกู้หนี้ยืมสิน และต้องเผชิญกับการทวงหนี้อย่างหนัก ถูกข่มขู่และหวาดกลัวอยู่แทบทุกวัน กระทั่งหมดทุนจนต้องปิดร้านอาหารที่ทำมานานด้วยหัวใจที่แทบสลาย แต่แม้ชีวิตจะถูกผลักให้จนมุม คุณย่าจุกก็ยังไม่ยอมแพ้ เธอฝืนร่างกายออกไปรับจ้างทำงานหนักเป็นแม่บ้านเพื่อหาเงินใช้หนี้ และเก็บเงินทีละเล็กทีละน้อยเพื่อหวังจะกลับมาเปิดร้านอาหารอีกครั้ง

         ALLWELL ขอร่วมเป็นกำลังใจและส่งต่อการดูแล ด้วยการมอบรถเข็นผู้ป่วยวีลแชร์ให้คุณแม่ของย่าจุกที่ไม่สามารถเดินได้ เพื่อให้การเคลื่อนไหวและการใช้ชีวิตประจำวันสะดวกและปลอดภัยยิ่งขึ้น พร้อมทั้งมอบเครื่องวัดความดันและเครื่องวัดน้ำตาล เพื่อใช้เฝ้าระวังสุขภาพของสมาชิกในครอบครัวอย่างใกล้ชิด สนับสนุนเพื่อให้ยังมีพลังเดินต่อไปในวันข้างหน้าอย่างมั่นคงและมีความหวังมากขึ้น

วันที่ 16 ธันวาคม 2568 : คุณเรวัต

         คุณเรวัตคือชายผู้แบกรับภาระของครอบครัวไว้ด้วยหัวใจที่เข้มแข็ง เขาต้องดูแลทั้งแม่ที่มีอายุมาก และคุณยายที่ป่วยติดเตียงในทุกวัน เขายังได้พบกับเรื่องราวอีกหนึ่งชีวิตที่เข้ามาเปลี่ยนเส้นทางของเขา เมื่อได้รู้จักแม่ค้าขายผลไม้ชาวต่างด้าวซึ่งเป็นเพื่อนของเพื่อนเขา เธอตั้งครรภ์และถูกแฟนทอดทิ้งอย่างไร้เยื่อใย ร้องขอความช่วยเหลืออย่างสิ้นหวัง เพราะ “น้องวิชท์” เกิดเหตุอาหารติดคอจนสมองขาดออกซิเจน แม้จะรอดชีวิตและฟื้นขึ้นมาได้ แต่กลับก้านสมองตาย ส่งผลให้กล้ามเนื้ออ่อนแรง แขนขาลีบ ตาบอด และไม่สามารถกายภาพเพื่อฟื้นฟูได้ ชีวิตของเด็กคนหนึ่งจึงต้องหยุดอยู่บนเตียงตั้งแต่วัยเยาว์

         ไม่นานหลังจากนั้น โศกนาฏกรรมก็ซ้ำเติม เมื่อแม่ของน้องวิชท์เกิดภาวะหัวใจล้มเหลวและเสียชีวิตจากไป ทิ้งเด็กชายที่ต้องพึ่งพาการดูแลตลอด 24 ชั่วโมงไว้เพียงลำพัง ในวันที่ไม่มีใครยื่นมือเข้ามา คุณเรวัตซึ่งคอยช่วยเหลือและดูแลน้องมาตั้งแต่เด็ก ได้ตัดสินใจรับน้องวิชท์มาเลี้ยงดูตั้งแต่อายุเพียง 3 ขวบ ทั้งที่ตนเองไม่เคยมีลูก ไม่เคยคิดว่าจะต้องเป็นผู้ดูแลผู้ป่วยติดเตียงตลอดชีวิต แต่ด้วยหัวใจที่เมตตาและความรับผิดชอบ เขาเลือกจะเป็นครอบครัว ให้เด็กคนนี้อย่างเต็มหัวใจ

          นับจากวันนั้น คุณเรวัตต้องดูแลน้องวิชท์อย่างใกล้ชิดตลอดเวลาโดยแทบไม่มีเวลาพัก และพาน้องวิชท์ติดตัวไปทำงานด้วยตลอด ทว่าโชคชะตาก็พลิกผันอีกครั้ง เมื่อคุณเรวัตประสบอุบัติเหตุตกจากที่สูงจนได้รับบาดเจ็บ ทำให้เดินลำบากและไม่สามารถทำงานหนักได้เหมือนเดิม ส่งผลให้รายได้ลดลงอย่างมาก และความยากลำบากของบ้านยิ่งทวีคูณ แต่ถึงอย่างนั้น คุณเรวัตก็ยังคงยืนหยัด ทำหน้าที่ดูแลน้องวิชท์ต่อไปไม่เคยคิดทอดทิ้ง

         ALLWELL ขอร่วมเป็นกำลังใจและสนับสนุนด้านสุขภาพของน้องวิชท์ ด้วยการสนับสนุนมอบเตียงผู้ป่วยปรับไฟฟ้า พร้อมที่นอนป้องกันแผลกดทับประสิทธิภาพสูงจากประเทศอังกฤษ ซึ่งออกแบบมาเพื่อผู้ป่วยติดเตียงโดยเฉพาะ เพื่อช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดแผลกดทับ เพิ่มความสะดวกในการพลิกตัวและดูแลผู้ป่วย ให้น้องวิชท์มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ร่วมถึงช่วยแบ่งเบาภาระอันหนักอึ้งของคุณเรวัตลงได้บ้าง

ALLWELL ขอแสดงความชื่นชมต่อรายการ “ปัญญาปันสุข” ที่มีส่วนช่วยสร้างโอกาสและเพิ่มคุณภาพชีวิตให้กับผู้ที่ไม่ย่อท้อต่ออุปสรรค เราภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนคนสู้ชีวิต และขอส่งพลังใจให้กับผู้ป่วยทุกคน ให้มีพลังใจและกาย ก้าวข้ามทุกความยากลำบาก พร้อมเริ่มต้นวันใหม่ด้วยความหวังและรอยยิ้ม

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Website ของเรามีการเก็บ cookies เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ คุณสามารถเลือกตั้งค่าความยินยอมการใช้คุกกี้ได้ โดยคลิก "การตั้งค่าคุกกี้" ... อ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายคุกกี้

Close Popup