คู่มือการใช้งานรถเข็นเคลื่อนย้ายผู้ป่วยปรับไฟฟ้า ออลล์เวล รุ่น MoveEzy-P
ลงทะเบียนรับประกันสินค้าออนไลน์ ที่นี่ส่วนประกอบของรถเข็นเคลื่อนย้ายผู้ป่วย
- ที่วางเท้า
- ล้อ
- ชุดยกไฟฟ้า
- มือจับ
- โครงรถเข็น
- ภาชนะรองรับของเสีย
- ขารองรับรถเข็น
- ชุดยกไฟฟ้า
การติดตั้ง
- การติดตั้งโครงหลัก
นำตัวรถเข็นเคลื่อนย้ายออกจากกล่อง ดึงหมุดล็อก (D-pin) ขนาด 8 มม. ออกจากฐานด้านซ้ายและขวา กางขาฐานลงให้ได้ตำแหน่งที่เหมาะสมแล้วใส่หมุดกลับเข้าไปแล้วล็อกให้แน่น จากนั้นยกมือจับทั้งซ้ายและขวาขึ้นให้อยู่ในตำแหน่งพร้อมใช้งาน
- การติดตั้งโครงที่นั่งด้านขวา
วางจุดข้อต่อของโครงที่นั่งด้านขวาให้ตรงกับจุดล็อกของท่อเสาด้านขวา โดยให้รูของทั้งสองชิ้นตรงกัน แล้วกด QUICK RELEASE SHAFT เพื่อให้โครงที่นั่งล็อกเข้าที่
หลังติดตั้งเสร็จ ให้ลองหมุนดูว่าหลวมหรือไม่ ควรหมุนได้อย่างคล่องตัว (การติดตั้งโครงด้านซ้ายให้ทำในลักษณะเดียวกัน) - การติดตั้งภาชนะรองรับของเสีย (หากต้องการใช้งาน)
ติดตั้งแท่นภาชนะรองรับของเสียเข้ากับรูยึดที่อยู่บนเสาทั้งสองข้าง จากนั้นติดตั้งตัวภาชนะรองรับของเสียจากด้านหลังของรถเข็น
- รีโมทไร้สายจะถูกแขวนไว้ที่รูด้านข้างของแผ่น ซึ่งอยู่ด้านข้างของขารองที่นั่งด้านซ้ายและด้านขวา

* สายรัดนิรภัย (SEAT BELT) เป็นอุปกรณ์เสริม ต้องติดตั้งที่สกรูนี้ (รูที่สามจากด้านหลังของพนักพิงขวาไปทางขวา / รูที่สามจากด้านหลังของพนักพิงซ้ายไปทางซ้าย)หมายเหตุ: ควรปรับความยาวให้เหมาะสมก่อนใช้งาน
คำแนะนำในการใช้งาน
ตัวอย่างนี้ใช้ในการเคลื่อนย้ายผู้ใช้จากรถเข็นไปยังเตียง แต่สามารถประยุกต์ใช้กับเฟอร์นิเจอร์หรือสิ่งอำนวยความสะดวกอื่น ๆ ได้เช่นกัน
ขั้นตอนการใช้งาน:
- ให้ผู้ใช้นั่งตัวตรง กดเปิดสวิตช์ไฟ (จะมีไฟแสดงสถานะเปิด) จากนั้นกดปุ่มควบคุมบนแผง หรือใช้รีโมตไร้สาย เพื่อควบคุมการยกของรถเข็นปรับระดับที่นั่งให้ด้านล่างของโครงที่นั่งสูงกว่าระดับรถเข็นเดิมเล็กน้อย

- เปิดโครงที่นั่งด้านซ้ายและขวา เลื่อนรถเข็นไปด้านหน้าผู้ใช้ ปรับตำแหน่งให้
จุดศูนย์ถ่วงร่างกายอยู่ตรงกลางของโครงที่นั่งจากนั้นปรับระดับความสูงอีกครั้งให้โครงที่นั่งแตะเก้าอี้เดิมเล็กน้อย
- ล็อกล้อหน้า จากนั้นยกเท้าผู้ใช้งานวางลงบนที่วางเท้า
- ให้ผู้ใช้งานเอนตัวเล็กน้อยไปทางซ้ายและขวา ขณะที่ผู้ดูแลหมุนฐานที่นั่งด้านซ้ายและขวาให้เปิดออก ผู้ใช้งานจึงสามารถนั่งลงบนฐานที่นั่งด้านซ้ายและขวาของรถเข็นเคลื่อนย้ายได้

- เมื่อตำแหน่งนั่งของผู้ใช้งานอยู่ในตำแหน่งเรียบร้อยแล้ว ให้ปิดฐานที่นั่งด้านซ้ายและขวาให้แน่น ระบบล็อกจะทำงานอัตโนมัติ จากนั้นผู้ช่วย ล็อกเข็มขัดนิรภัย เพื่อความปลอดภัยของผู้ใช้งาน
- ผู้ใช้นั่งในท่าที่สบายและวางมือบนพนักแขนตามธรรมชาติ
- ผู้ช่วยตรวจสอบระยะห่างระหว่างด้านล่างของโครงที่นั่งกับรถเข็น แล้วปรับระดับโครงขึ้นประมาณ 2–3 ซม. จากนั้นปลดเบรกล้อหน้า และค่อย ๆ เคลื่อนรถเข็นออก
- ผู้ช่วยจับที่มือจับแล้วเข็นรถเข็นไปยังขอบเตียง
- ตรวจสอบให้แน่ใจว่าด้านล่างของโครงที่นั่งสูงกว่าระดับพื้นผิวเตียงเล็กน้อย หากต้องปรับระดับ ต้องล็อกล้อหน้าก่อน

- เข็นรถเข็นไปยังตำแหน่งที่กำหนดไว้ริมเตียง ล็อกล้อหน้าอีกครั้ง และปรับระดับที่นั่งให้แตะพื้นเตียงเพียงเล็กน้อย

- ปลดล็อกเข็มขัดและล็อกนิรภัยด้านหลัง จากนั้นเปิดโครงที่นั่งซ้าย-ขวาออกอย่างช้า ๆ ให้ผู้ใช้นั่งบนเตียง

- ยกเท้าผู้ใช้ออกจากที่วางเท้า แล้วเคลื่อนรถเข็นออกจากเตียง
การใช้งานที่ชาร์จ แผงควบคุม และสัญลักษณ์แสดงผล
- ต้องใช้ที่ชาร์จที่มาพร้อมกับรถเข็นเคลื่อนย้าย (TRANSFER CHAIR) เท่านั้นเพื่อความปลอดภัย เสียบปลั๊ก DC ของที่ชาร์จเข้ากับช่องเสียบของแบตเตอรี่ แล้วเสียบปลั๊กไฟอีกด้านหนึ่งของที่ชาร์จเข้ากับปลั๊กไฟบ้าน

- ขณะชาร์จไฟ ไฟแสดงสถานะบนที่ชาร์จจะเป็นสีส้ม และเมื่อแบตเตอรี่ชาร์จเต็มไฟจะเปลี่ยนเป็นสีเขียว เมื่อชาร์จเต็มแล้ว ให้ถอดปลั๊กไฟออกทั้งจากที่ชาร์จและแบตเตอรี่ เก็บที่ชาร์จในที่ปลอดภัย และปิดสวิตช์เมื่อไม่ใช้งานรถเข็น เพื่อประหยัดพลังงาน
คำเตือน: โปรดปิดฝาครอบกันน้ำเมื่อชาร์จเสร็จ หรือเมื่อไม่มีการชาร์จ
- ระยะเวลาในการชาร์จ
ขึ้นอยู่กับพลังงานที่เหลือในแบตเตอรี่เดิมและไม่ควรชาร์จนานเกิน 12 ชั่วโมง แบตเตอรี่ใหม่ (ยังไม่เคยชาร์จมาก่อน) จะใช้เวลาชาร์จ 4–6 ชั่วโมงในครั้งแรก - ขณะชาร์จ ควรตั้งสวิตช์ไฟให้อยู่ในสถานะปิด
(หลอดไฟแสดงสถานะดับ) เพื่อหลีกเลี่ยงอันตรายจากการเปิดเครื่องระหว่างชาร์จ - เมื่อแบตเตอรี่เสื่อมสภาพ ควรเปลี่ยนแบตเตอรี่ใหม่
ตามคำแนะนำของผู้ผลิต และนำแบตเตอรี่เก่าไปรีไซเคิลอย่างถูกวิธี เพื่อหลีกเลี่ยงมลภาวะต่อสิ่งแวดล้อม - การอธิบายปุ่มรีโมตไร้สายและสวิตช์ควบคุมการยก ขึ้น-ลงพร้อมจอแสดงสถานะแบตเตอรี่
สถานะแบตเตอรี่และการชาร์จ
|
ระดับแบตเตอรี่ |
ไฟแสดงสถานะ |
หมายเหตุ |
|
แบตเตอรี่เต็ม |
ไฟเขียว + เหลือง + แดง ติดครบทุกดวง |
|
|
ระดับกลาง |
ไฟเหลือง + แดงติด / เขียวดับ |
|
|
ระดับต่ำ |
ไฟแดง + เขียวติด / เหลืองดับ |
ควรชาร์จแบตเตอรี่ |
|
ห้ามใช้งาน |
ไฟแดงกระพริบ + มีเสียง “ดิ๊ดิ๊” |
ห้ามใช้งาน ต้องชาร์จทันที (ระบบบังคับ) |
หมายเหตุ:
เสียบที่ชาร์จในขณะที่เครื่องเปิดอยู่ ไฟแดง เหลือง เขียวจะติดเรียงตามลำดับแบบแถบเลื่อนเมื่อครบทั้งสามดวงแสดงว่าแบตเตอรี่ชาร์จเต็มแล้ว
วิธีการบำรุงรักษาและการตรวจสอบ
- ห้ามใช้ของแข็งขูดขีดพื้นผิวผลิตภัณฑ์เพื่อป้องกันความเสียหาย
- ทำความสะอาดประจำวันด้วยน้ำยาทำความสะอาดชนิดอ่อน ใช้ผ้าชุบน้ำหมาด ๆ เช็ด แล้วเช็ดด้วยผ้าแห้ง
- ห้ามสัมผัสกับกรดหรือด่างที่มีฤทธิ์กัดกร่อน
- ควรตรวจสอบสกรู น็อต หรือชิ้นส่วนต่าง ๆ ว่าหลวม เสียหาย หรือหัก และควรเปลี่ยนชิ้นส่วนที่ชำรุดทันที
- หากไฟแสดงสถานะแบตเตอรี่เป็นสีแดงค้างหรือกระพริบ แสดงว่าแบตเตอรี่ใกล้หมด ควรชาร์จทันที และหลีกเลี่ยงการปล่อยให้แบตเตอรี่หมดเกลี้ยง
- หากไม่ได้ใช้งานเป็นเวลานาน ควรชาร์จแบตเตอรี่อย่างน้อยทุก ๆ 3 เดือน
