คู่มือการใช้งานรถเข็นเคลื่อนย้ายผู้ป่วยปรับไฟฟ้า ออลล์เวล รุ่น MoveEzy-P

ลงทะเบียนรับประกันสินค้าออนไลน์ ที่นี่

ส่วนประกอบของรถเข็นเคลื่อนย้ายผู้ป่วย

  1. ที่วางเท้า
  2. ล้อ
  3. ชุดยกไฟฟ้า
  4. มือจับ
  5. โครงรถเข็น
  6. ภาชนะรองรับของเสีย
  7. ขารองรับรถเข็น
  8. ชุดยกไฟฟ้า

การติดตั้ง

  1. การติดตั้งโครงหลัก
    นำตัวรถเข็นเคลื่อนย้ายออกจากกล่อง ดึงหมุดล็อก (D-pin) ขนาด 8 มม. ออกจากฐานด้านซ้ายและขวา กางขาฐานลงให้ได้ตำแหน่งที่เหมาะสมแล้วใส่หมุดกลับเข้าไปแล้วล็อกให้แน่น จากนั้นยกมือจับทั้งซ้ายและขวาขึ้นให้อยู่ในตำแหน่งพร้อมใช้งาน
  2. การติดตั้งโครงที่นั่งด้านขวา
    วางจุดข้อต่อของโครงที่นั่งด้านขวาให้ตรงกับจุดล็อกของท่อเสาด้านขวา โดยให้รูของทั้งสองชิ้นตรงกัน แล้วกด QUICK RELEASE SHAFT เพื่อให้โครงที่นั่งล็อกเข้าที่

    หลังติดตั้งเสร็จ ให้ลองหมุนดูว่าหลวมหรือไม่ ควรหมุนได้อย่างคล่องตัว (การติดตั้งโครงด้านซ้ายให้ทำในลักษณะเดียวกัน)
  3. การติดตั้งภาชนะรองรับของเสีย (หากต้องการใช้งาน)
    ติดตั้งแท่นภาชนะรองรับของเสียเข้ากับรูยึดที่อยู่บนเสาทั้งสองข้าง จากนั้นติดตั้งตัวภาชนะรองรับของเสียจากด้านหลังของรถเข็น
  4. รีโมทไร้สายจะถูกแขวนไว้ที่รูด้านข้างของแผ่น ซึ่งอยู่ด้านข้างของขารองที่นั่งด้านซ้ายและด้านขวา

    * สายรัดนิรภัย (SEAT BELT) เป็นอุปกรณ์เสริม ต้องติดตั้งที่สกรูนี้ (รูที่สามจากด้านหลังของพนักพิงขวาไปทางขวา / รูที่สามจากด้านหลังของพนักพิงซ้ายไปทางซ้าย)

    หมายเหตุ: ควรปรับความยาวให้เหมาะสมก่อนใช้งาน

คำแนะนำในการใช้งาน

ตัวอย่างนี้ใช้ในการเคลื่อนย้ายผู้ใช้จากรถเข็นไปยังเตียง แต่สามารถประยุกต์ใช้กับเฟอร์นิเจอร์หรือสิ่งอำนวยความสะดวกอื่น ๆ ได้เช่นกัน

ขั้นตอนการใช้งาน:

  1. ให้ผู้ใช้นั่งตัวตรง กดเปิดสวิตช์ไฟ (จะมีไฟแสดงสถานะเปิด) จากนั้นกดปุ่มควบคุมบนแผง หรือใช้รีโมตไร้สาย เพื่อควบคุมการยกของรถเข็นปรับระดับที่นั่งให้ด้านล่างของโครงที่นั่งสูงกว่าระดับรถเข็นเดิมเล็กน้อย
  2. เปิดโครงที่นั่งด้านซ้ายและขวา เลื่อนรถเข็นไปด้านหน้าผู้ใช้ ปรับตำแหน่งให้
    จุดศูนย์ถ่วงร่างกายอยู่ตรงกลางของโครงที่นั่งจากนั้นปรับระดับความสูงอีกครั้งให้โครงที่นั่งแตะเก้าอี้เดิมเล็กน้อย
  3. ล็อกล้อหน้า จากนั้นยกเท้าผู้ใช้งานวางลงบนที่วางเท้า
  4. ให้ผู้ใช้งานเอนตัวเล็กน้อยไปทางซ้ายและขวา ขณะที่ผู้ดูแลหมุนฐานที่นั่งด้านซ้ายและขวาให้เปิดออก ผู้ใช้งานจึงสามารถนั่งลงบนฐานที่นั่งด้านซ้ายและขวาของรถเข็นเคลื่อนย้ายได้
  5. เมื่อตำแหน่งนั่งของผู้ใช้งานอยู่ในตำแหน่งเรียบร้อยแล้ว ให้ปิดฐานที่นั่งด้านซ้ายและขวาให้แน่น ระบบล็อกจะทำงานอัตโนมัติ จากนั้นผู้ช่วย ล็อกเข็มขัดนิรภัย เพื่อความปลอดภัยของผู้ใช้งาน
  6. ผู้ใช้นั่งในท่าที่สบายและวางมือบนพนักแขนตามธรรมชาติ
  7. ผู้ช่วยตรวจสอบระยะห่างระหว่างด้านล่างของโครงที่นั่งกับรถเข็น แล้วปรับระดับโครงขึ้นประมาณ 2–3 ซม. จากนั้นปลดเบรกล้อหน้า และค่อย ๆ เคลื่อนรถเข็นออก
  8. ผู้ช่วยจับที่มือจับแล้วเข็นรถเข็นไปยังขอบเตียง
  9. ตรวจสอบให้แน่ใจว่าด้านล่างของโครงที่นั่งสูงกว่าระดับพื้นผิวเตียงเล็กน้อย หากต้องปรับระดับ ต้องล็อกล้อหน้าก่อน
  10. เข็นรถเข็นไปยังตำแหน่งที่กำหนดไว้ริมเตียง ล็อกล้อหน้าอีกครั้ง และปรับระดับที่นั่งให้แตะพื้นเตียงเพียงเล็กน้อย
  11. ปลดล็อกเข็มขัดและล็อกนิรภัยด้านหลัง จากนั้นเปิดโครงที่นั่งซ้าย-ขวาออกอย่างช้า ๆ ให้ผู้ใช้นั่งบนเตียง

  12. ยกเท้าผู้ใช้ออกจากที่วางเท้า แล้วเคลื่อนรถเข็นออกจากเตียง

การใช้งานที่ชาร์จ แผงควบคุม และสัญลักษณ์แสดงผล

  1. ต้องใช้ที่ชาร์จที่มาพร้อมกับรถเข็นเคลื่อนย้าย (TRANSFER CHAIR) เท่านั้นเพื่อความปลอดภัย เสียบปลั๊ก DC ของที่ชาร์จเข้ากับช่องเสียบของแบตเตอรี่ แล้วเสียบปลั๊กไฟอีกด้านหนึ่งของที่ชาร์จเข้ากับปลั๊กไฟบ้าน

  2. ขณะชาร์จไฟ ไฟแสดงสถานะบนที่ชาร์จจะเป็นสีส้ม และเมื่อแบตเตอรี่ชาร์จเต็มไฟจะเปลี่ยนเป็นสีเขียว เมื่อชาร์จเต็มแล้ว ให้ถอดปลั๊กไฟออกทั้งจากที่ชาร์จและแบตเตอรี่ เก็บที่ชาร์จในที่ปลอดภัย และปิดสวิตช์เมื่อไม่ใช้งานรถเข็น เพื่อประหยัดพลังงาน
    คำเตือน: โปรดปิดฝาครอบกันน้ำเมื่อชาร์จเสร็จ หรือเมื่อไม่มีการชาร์จ

  • ระยะเวลาในการชาร์จ
    ขึ้นอยู่กับพลังงานที่เหลือในแบตเตอรี่เดิมและไม่ควรชาร์จนานเกิน 12 ชั่วโมง แบตเตอรี่ใหม่ (ยังไม่เคยชาร์จมาก่อน) จะใช้เวลาชาร์จ 4–6 ชั่วโมงในครั้งแรก
  • ขณะชาร์จ ควรตั้งสวิตช์ไฟให้อยู่ในสถานะปิด
    (หลอดไฟแสดงสถานะดับ) เพื่อหลีกเลี่ยงอันตรายจากการเปิดเครื่องระหว่างชาร์จ
  • เมื่อแบตเตอรี่เสื่อมสภาพ ควรเปลี่ยนแบตเตอรี่ใหม่
    ตามคำแนะนำของผู้ผลิต และนำแบตเตอรี่เก่าไปรีไซเคิลอย่างถูกวิธี เพื่อหลีกเลี่ยงมลภาวะต่อสิ่งแวดล้อม
  • การอธิบายปุ่มรีโมตไร้สายและสวิตช์ควบคุมการยก ขึ้น-ลงพร้อมจอแสดงสถานะแบตเตอรี่

สถานะแบตเตอรี่และการชาร์จ

ระดับแบตเตอรี่

ไฟแสดงสถานะ

หมายเหตุ

แบตเตอรี่เต็ม

ไฟเขียว + เหลือง + แดง ติดครบทุกดวง

 

ระดับกลาง

ไฟเหลือง + แดงติด / เขียวดับ

 

ระดับต่ำ

ไฟแดง + เขียวติด / เหลืองดับ

ควรชาร์จแบตเตอรี่

ห้ามใช้งาน

ไฟแดงกระพริบ + มีเสียง “ดิ๊ดิ๊”

ห้ามใช้งาน ต้องชาร์จทันที (ระบบบังคับ)

หมายเหตุ:

เสียบที่ชาร์จในขณะที่เครื่องเปิดอยู่ ไฟแดง เหลือง เขียวจะติดเรียงตามลำดับแบบแถบเลื่อนเมื่อครบทั้งสามดวงแสดงว่าแบตเตอรี่ชาร์จเต็มแล้ว

วิธีการบำรุงรักษาและการตรวจสอบ

  • ห้ามใช้ของแข็งขูดขีดพื้นผิวผลิตภัณฑ์เพื่อป้องกันความเสียหาย
  • ทำความสะอาดประจำวันด้วยน้ำยาทำความสะอาดชนิดอ่อน ใช้ผ้าชุบน้ำหมาด ๆ เช็ด แล้วเช็ดด้วยผ้าแห้ง
  • ห้ามสัมผัสกับกรดหรือด่างที่มีฤทธิ์กัดกร่อน
  • ควรตรวจสอบสกรู น็อต หรือชิ้นส่วนต่าง ๆ ว่าหลวม เสียหาย หรือหัก และควรเปลี่ยนชิ้นส่วนที่ชำรุดทันที
  • หากไฟแสดงสถานะแบตเตอรี่เป็นสีแดงค้างหรือกระพริบ แสดงว่าแบตเตอรี่ใกล้หมด ควรชาร์จทันที และหลีกเลี่ยงการปล่อยให้แบตเตอรี่หมดเกลี้ยง
  • หากไม่ได้ใช้งานเป็นเวลานาน ควรชาร์จแบตเตอรี่อย่างน้อยทุก ๆ 3 เดือน